1. ไล่งานที่ทำอยู่ในแต่ละวัน

เริ่มจากงานจริง เช่น รับสินค้า เก็บ ผลิต บรรจุ และส่งของ จดว่าขั้นตอนไหนใช้เครื่องอะไร อยู่ตรงไหน และเกี่ยวข้องกับใครบ้าง เจ้าของกิจการหรือคนดูแลงานช่วยกันจดในกระดาษแผ่นเดียวได้

ลองถามว่า ถ้าจุดนี้เสียจะเกิดอะไรต่อ เช่น น้ำเข้าห้องไฟ แผงควบคุมเสีย ส่งสินค้าไม่ได้ และลูกค้าขอชดเชย เหตุเดียวอาจมีทั้งค่าซ่อม งานที่หยุด และข้อเรียกร้อง ซึ่งต้องถามประกันคนละส่วน

ใช้รายการนี้คุยกับนายหน้าหรือบริษัทประกัน อย่าเพิ่งทำเครื่องหมายว่าคุ้มครองจากชื่อประกัน ถ้ายังไม่รู้มูลค่าหรือระยะเวลาซ่อม ให้เขียนไว้ว่าเป็นข้อมูลที่ต้องหาเพิ่ม

  • แยกของกิจการ ของที่เช่า และของลูกค้า
  • จดงานนอกสถานที่ การขนส่ง และงานผู้รับเหมา
  • เลือกเหตุที่เกิดแล้วจ่ายเองลำบากมาคุยก่อน

2. แยกค่าซ่อมออกจากรายได้ที่หาย

ค่าซ่อมหรือซื้อทรัพย์สินใหม่เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนรายได้และค่าใช้จ่ายระหว่างหยุดงานเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เครื่องจักรราคาไม่สูงมากอาจทำให้ทั้งร้านหรือทั้งโรงงานหยุดได้นานหากหาอะไหล่ยาก

หากสนใจประกันธุรกิจหยุดชะงัก (Business interruption หรือ BI) ให้ถามว่าต้องเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินแบบใดก่อน มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายใดนำมาพิจารณา และนานเพียงใด อย่าถือว่ายอดขายที่หายจากทุกสาเหตุเรียกร้องได้

ถามช่างหรือผู้ขายว่าเครื่องหลักใช้เวลาซ่อมและทดสอบเท่าไร มีของเช่าหรือเครื่องสำรองหรือไม่ ถ้าไม่มีตัวเลขแน่นอน ให้ใช้ช่วงเวลาประมาณพร้อมบอกเหตุผล แทนการเดาจากค่าซ่อมเพียงอย่างเดียว

  • อะไรต้องซ่อมและราคาอ้างอิงหาได้จากไหน
  • เครื่องหรือระบบใดเสียแล้วทำให้งานทั้งหมดหยุด
  • ช่วงหยุดงานยังมีค่าใช้จ่ายอะไรและทำรายได้ส่วนไหนได้บ้าง

3. คิดว่าใครอาจเรียกร้องจากเรา

จดผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้เช่า ผู้รับเหมา และเพื่อนบ้าน แล้วดูว่างานของเราอาจทำให้เขาบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายอย่างไร หากรับฝากของหรือรับงานติดตั้ง ให้นำสัญญาที่ใช้อยู่มาประกอบคำถามด้วย

เมื่อถามประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ให้บอกงานและสถานที่ให้ชัด แล้วถามว่าความรับผิดแบบใดอยู่ในขอบเขต งานนอกสถานที่ ของที่รับดูแล หรือความรับผิดที่รับเพิ่มในสัญญาอาจต้องพิจารณาแยก

วงเงินไม่ควรดูจากมูลค่าทรัพย์สินของเราอย่างเดียว ร้านที่คนเข้าออกมากกับโกดังที่เก็บของลูกค้ามูลค่าสูงมีเรื่องให้กังวลต่างกัน เล่าสถานการณ์ที่เป็นไปได้ให้ผู้เสนออธิบายวงเงินและข้อยกเว้น

  • ของที่รับฝากหรือเช่ามาต้องถามเงื่อนไขใดเพิ่ม
  • สินค้าหรืองานหลังส่งมอบต้องมีประกันส่วนอื่นหรือไม่
  • ค่าต่อสู้คดีคิดรวมในวงเงินอย่างไรตามข้อเสนอ

4. เลือกคำถามให้ตรงกับสถานที่ของเรา

โรงงานควรบอกว่ามีงานก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบเครื่อง หรือใช้งานจริงอยู่ช่วงใด เพราะต้องถามขอบเขตประกันให้ตรงกับช่วงงาน อย่าคิดว่ากรมธรรม์ที่ใช้ตอนเปิดกิจการตอบเรื่องงานติดตั้งใหม่ได้ครบ

โกดังควรเริ่มจากของใคร เก็บสูงสุดเท่าไร รับผิดตามสัญญาอย่างไร และใครขนส่ง หากมีแบ่งบรรจุหรือส่งของเอง ให้เล่าเพิ่ม เพราะคำว่าโกดังอย่างเดียวอาจยังไม่พอให้ประเมิน

กรรมการหรือผู้ดูแลอาคารชุดควรใช้รายการทรัพย์สินส่วนกลางที่มีอยู่ แล้วถามขอบเขตส่วนกลาง ห้องชุด และของผู้พักอาศัยแยกกัน พร้อมแจ้งงานซ่อมลิฟต์ ปั๊ม หรือระบบไฟที่กำลังทำ

  • โรงงาน: เครื่องหลัก อะไหล่หายาก และงานที่ใช้ความร้อน
  • โกดัง: ของรับฝาก สินค้าสูงสุด และพื้นที่เก็บชั่วคราว
  • อาคารชุด: ส่วนกลาง ระบบสำคัญ และงานผู้รับเหมา

5. ตัวอย่างสมมติ: ปั๊มเสียแล้วมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง

ตัวอย่างสมมติ: อาคารแห่งหนึ่งมีปั๊มหลักเสีย ค่าซ่อมประมาณ 180,000 บาท ต้องรออะไหล่ 20 วัน และเช่าอุปกรณ์ชั่วคราววันละ 4,000 บาท ผู้เช่ารายหนึ่งยังขอชดเชยยอดขายที่หาย ตัวเลขนี้ใช้ฝึกแยกรายการเท่านั้น

ค่าเช่าในตัวอย่างเท่ากับ 20 × 4,000 = 80,000 บาท ต้องแยกจากค่าซ่อม ส่วนข้อเรียกร้องของผู้เช่าต้องตรวจเหตุ สัญญา และความรับผิดต่างหาก ยังรวมทั้งหมดแล้วเรียกเป็นค่าซ่อมทรัพย์สินไม่ได้

นำรายการนี้ไปถามผู้เสนอว่าต้องดูหมวดใด สาเหตุแบบใดอยู่ในประกัน และค่าใช้จ่ายใดมีวงเงินหรือข้อยกเว้น คำตอบต้องอ้างกรมธรรม์ที่จะใช้ ไม่ใช่รับรองจากตัวอย่างนี้

  • หาสาเหตุปั๊มเสียจากช่าง ไม่เดาว่าเป็นอุบัติเหตุเสมอ
  • ถามค่าซ่อมและค่าเช่าชั่วคราวแยกกัน
  • ไม่ใช้ตัวเลขตัวอย่างเป็นวงเงินที่เหมาะกับทุกอาคาร

6. เลือกเรื่องที่ต้องจัดการก่อน

เริ่มจากเหตุที่ทำให้เงินไม่พอหรือเปิดกิจการต่อไม่ได้ แล้วคิดสองทางคู่กัน คือจะลดโอกาสเสียหายอย่างไร และต้องการให้ประกันช่วยส่วนใด เช่น ตรวจระบบไฟพร้อมถามความคุ้มครองที่เกี่ยวข้อง

ถ้ายังขาดยอดสินค้าสูงสุดหรือเวลารออะไหล่ ให้หาเท่าที่จำเป็นต่อการเลือกวงเงินก่อน ใช้เอกสารซื้อขาย ยอดบัญชี หรือคำตอบจากผู้ขายได้ โดยบอกให้ชัดว่าข้อใดเป็นประมาณการ

ก่อนตัดสินใจ ลองถามว่า ถ้าเกิดเหตุที่กังวลที่สุด เราต้องจ่ายเองเท่าไรและจะกลับมาทำงานอย่างไร เก็บคำตอบสั้นๆ ไว้ทบทวนเมื่อกิจการหรือสัญญาสำคัญเปลี่ยน

  • เลือกภัย วงเงิน และส่วนแรกให้สอดคล้องกับเงินที่มี
  • ถามส่วนที่ซ้ำหรือยังขาดระหว่างกรมธรรม์
  • จดเรื่องที่ยอมรับเองพร้อมวิธีเตรียมรับมือ

คำศัพท์ในเรื่องนี้

ทรัพย์สินที่เอาประกัน (Insured property)

สัญญาประกันภัย (Insurance contract)

ตัวแทนประกันภัย (Insurance agent)

ส่วนได้เสียในการประกันภัย (Insurable interest)

ความคุ้มครองแบบระบุภัย (Named perils)

ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Public liability insurance)

ประกันความรับผิดจากสินค้า (Products liability insurance)

ประกันความรับผิดทางวิชาชีพ (Professional indemnity insurance)

ประกันความรับผิดของนายจ้าง (Employers' liability insurance)

ประกันเครื่องจักรขัดข้อง (Machinery breakdown insurance)

ประกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic equipment insurance)

ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber insurance)

สินค้าเสื่อมสภาพจากระบบทำความเย็น (Spoilage of stock)

ประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำและถังอัดความดัน (Boiler and pressure vessel insurance)

สื่อบันทึกข้อมูลภายนอก (External data media)

ประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง (Fidelity Guarantee)

ประกันภัยสำหรับเงิน (Money Insurance)

ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่งในประเทศ (Goods in Transit Insurance)

ประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Marine Cargo Insurance)

ความรับผิดของผู้ขนส่ง (Carrier Liability)

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับลูกจ้าง (Employee Personal Accident Insurance)

ความรับผิดจากความปลอดภัยเครือข่าย (Network security liability)

ความรับผิดจากการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy liability)

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ่านต่อ

ตรวจแหล่งข้อมูลล่าสุด · BCR เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย

กรุงเทพประกันภัย — ประกันภัยวิศวกรรม งานก่อสร้างและเครื่องจักร

กรุงเทพประกันภัย — ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำหรับสถานประกอบการ

MSIG — ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักและเงื่อนไขเชื่อมโยงความเสียหายทรัพย์สิน

เอกสารอ้างอิงช่วยอธิบายหลักการและตัวอย่าง แต่เงื่อนไขและขั้นตอนอาจต่างกันตามบริษัทประกัน เมื่อต้องใช้กับธุรกิจของคุณ ให้เช็กตารางกรมธรรม์ เงื่อนไข และเอกสารแนบท้ายฉบับที่ถืออยู่ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เตรียมข้อมูลอะไรให้บริษัทประกัน ก่อนขอราคา

เดินดูโกดัง เริ่มหาจุดเสี่ยงจากตรงไหน

ธุรกิจหยุดชะงัก ประกันช่วยได้แค่ไหน