1. เช็กว่าเป็นแนบท้ายของกรมธรรม์เรา

เอกสารแนบท้าย (Endorsement) อาจใช้แก้ข้อมูล เพิ่มขอบเขต หรือกำหนดข้อจำกัดของกรมธรรม์ ก่อนอ่านให้เช็กเลขกรมธรรม์ ชื่อผู้เอาประกัน และรายการเอกสารที่เกี่ยวข้องว่าเป็นของฉบับที่ใช้อยู่

หากได้รับเพียงชื่อย่อหรือคำอธิบายในอีเมล ให้ขอฉบับเต็มที่บริษัทใช้จริง โบรชัวร์หรือแบบตัวอย่างที่ส่งมาด้วยยังไม่ได้ยืนยันว่าข้อความนั้นถูกนำมาใช้กับประกันของเราแล้ว

เปิดแนบท้ายคู่กับหน้าตารางและเงื่อนไขหลัก ดูว่าต้องเปลี่ยนการอ่านส่วนใด หากข้อความอ้างกันหลายหน้าแล้วไม่แน่ใจ ให้ขอผู้ดูแลประกันชี้ทีละจุด

  • ตรวจเลขกรมธรรม์และชื่อผู้เอาประกัน
  • เช็กวันมีผลของแนบท้าย
  • ขอข้อความเต็มและเก็บคำยืนยันประกอบ

2. อ่านว่าฉบับนี้เปลี่ยนอะไร

เริ่มจากถามง่ายๆ ว่าแก้ชื่อหรือสถานที่ เพิ่มทรัพย์สิน เพิ่มภัย หรือเพิ่มข้อจำกัดเรื่องใด จะจดสรุปข้างเอกสารไว้ก็ได้ เพื่อกลับมาอ่านแล้วเข้าใจโดยไม่ต้องจำทั้งหมด

แนบท้ายฉบับเดียวอาจทั้งเพิ่มความคุ้มครองและกำหนดวงเงินหรือส่วนแรกใหม่ อย่าจดเพียงว่าคุ้มครองเพิ่ม เพราะจำนวนเงินที่ใช้ได้และเงื่อนไขยังมีผลต่อการพิจารณา

หากระบุว่าใช้แทนหรือยกเลิกฉบับเดิม ให้ทำเครื่องหมายว่าฉบับไหนถูกแทน แต่เก็บของเดิมไว้แยกต่างหาก เผื่อต้องตรวจเหตุที่เกิดก่อนวันเปลี่ยน

  • สรุปว่าข้อมูลหรือขอบเขตส่วนใดเปลี่ยน
  • จดวงเงิน ส่วนแรก และสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม
  • เช็กว่ามีเอกสารเดิมที่ถูกแทนหรือไม่

3. ตัวอย่างสมมติ: เพิ่มภัยพร้อมกำหนดวงเงิน

ตัวอย่างสมมติ: กิจการขอเพิ่มภัยชนิดหนึ่ง แล้วได้รับแนบท้ายที่กำหนดวงเงินรวมต่อปีและส่วนแรกของภัยนั้น แม้ชื่อเอกสารจะบอกว่าขยายความคุ้มครอง ก็ยังต้องอ่านข้อจำกัดที่มาด้วย

ถามว่าภัยนี้ใช้นิยามใด วงเงินใช้แยกหรือใช้ร่วมกับภัยอื่น และส่วนแรกคิดอย่างไร รวมถึงข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขหลักส่วนใดที่ยังต้องอ่านต่อ

ตัวอย่างนี้อธิบายวิธีเช็กเอกสาร ไม่ได้หมายความว่าทุกกรมธรรม์มีแนบท้ายแบบเดียวกันหรือได้รับความคุ้มครองนี้แล้ว ต้องใช้ข้อความที่ระบุในสัญญาของกิจการ

  • วงเงินใช้ต่อเหตุหรือตลอดปี
  • ส่วนแรกระบุในแนบท้ายหรืออ้างหน้าอื่น
  • ข้อยกเว้นและเงื่อนไขเดิมส่วนใดยังใช้

4. ขอแก้ระหว่างปีให้ชัดว่าต้องการอะไร

เมื่อเพิ่มเครื่อง ย้ายโกดัง หรือเปลี่ยนชื่อกิจการ ให้ส่งเลขกรมธรรม์ รายละเอียดเดิม รายละเอียดใหม่ และวันที่ต้องการให้มีผล พร้อมเอกสารเท่าที่เกี่ยวข้อง บอกด้วยว่าสิ่งนั้นเกิดแล้วหรือยังเป็นแผน

ถามทั้งเรื่องเบี้ย วงเงิน เงื่อนไข และวันมีผล การส่งคำขอหรือได้รับคำตอบว่ากำลังทำให้ ยังไม่ใช่คำยืนยันว่ารับประกันตามที่ขอแล้ว ให้ตามผลจนทราบชัด

พอได้รับแนบท้าย ให้เทียบข้อมูลและวันเวลากับสิ่งที่ตกลง หากไม่ตรงให้แจ้งขอแก้ อย่าคิดว่าบริษัทจะอนุมัติย้อนหลังตามวันที่ขอได้ทุกเรื่อง

  • ระบุว่าอะไรเปลี่ยนและต้องการให้มีผลเมื่อใด
  • ถามผลต่อเบี้ยและเงื่อนไขอื่นด้วย
  • ตรวจแนบท้ายที่ออกกับคำยืนยันล่าสุด

5. ตัวอย่างสมมติ: เพิ่มทุนเครื่อง แต่ยังไม่เห็นที่อยู่ใหม่

ตัวอย่างสมมติ: โรงงานซื้อเครื่องจักร 2 ล้านบาทไปติดตั้งในโกดังเช่าใหม่ แล้วขอเพิ่มทุนเครื่องจักรในกรมธรรม์เดิม เมื่อเอกสารออกกลับเห็นแต่ทุนที่เพิ่ม ยังไม่เห็นที่อยู่ใหม่ในรายการสถานที่

ควรถามว่าเครื่องนี้อยู่ในสถานที่ที่รับประกันแล้วหรือไม่ ช่วงขนส่ง ติดตั้ง ทดสอบ และใช้งานต้องพิจารณาอย่างไร รวมถึงคำบรรยายเครื่องและผู้มีส่วนได้เสียครบหรือยัง

ตัวอย่างนี้ยังตัดสินไม่ได้ว่าเครื่องคุ้มครองหรือไม่ การเพิ่มตัวเลขทุนเพียงอย่างเดียวอาจยังตอบรายละเอียดไม่ครบ ให้บริษัทตรวจเอกสารและยืนยันขอบเขตก่อนอาศัยคำตอบนั้นวางแผนงาน

  • จับคู่เครื่องใหม่กับที่อยู่ที่ติดตั้ง
  • ถามแต่ละช่วงงานแยกจากการใช้งานปกติ
  • ตรวจหน้าตาราง รายการทรัพย์สิน และแนบท้ายร่วมกัน

6. เก็บให้รู้ว่าฉบับไหนใช้ตั้งแต่วันใด

จดรายการแนบท้ายสั้นๆ ว่าเรื่องอะไร เลขอะไร ออกเมื่อใด มีผลเมื่อใด และแทนฉบับไหน พร้อมตำแหน่งไฟล์ หากมีเพียงไม่กี่ฉบับก็ใช้รายการหน้าปกแฟ้มได้ ไม่จำเป็นต้องทำระบบใหญ่

ตอนต่ออายุ ให้ถามว่าสิ่งที่เพิ่มหรือแก้กลางปีรวมอยู่ในข้อเสนอใหม่ครบหรือยัง อย่าถือว่าจะตามมาทุกข้อโดยไม่ตรวจเทียบกับปีปัจจุบัน

แยกฉบับปัจจุบัน ฉบับเก่า และเรื่องที่ยังรอเอกสาร ให้คนดูแลประกันรู้ตำแหน่ง และบอกคนที่เกี่ยวข้องเฉพาะส่วนที่ต้องทำ เช่น ส่งหลักฐานหรือแจ้งเมื่อย้ายเครื่อง

  • เก็บฉบับเก่าไว้พร้อมวันที่ถูกแทน
  • แจ้งการเปลี่ยนแปลงที่กระทบคนดูแลสถานที่
  • จดเรื่องที่ยังต้องส่งเอกสารหรือตามคำยืนยัน

คำศัพท์ในเรื่องนี้

เอกสารแนบท้าย (Endorsement)

การคงทุนประกันหลังเคลม (Reinstatement of sum insured)

การสละสิทธิรับช่วงสิทธิ (Waiver of subrogation)

ค่าซ่อมเพิ่มตามข้อกำหนดทางราชการ (Public authorities clause)

ข้อรับรอง (Warranty)

ความรับผิดระหว่างผู้เอาประกันร่วม (Cross liability)

การโยกย้ายทรัพย์สินชั่วคราว (Temporary removal)

การเพิ่มเติมทรัพย์สิน (Capital additions)

ค่าเติมสารดับเพลิงหลังใช้งาน (Fire extinguishing equipment refill)

ข้อจำกัดตามมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions clause)

ระยะคุ้มครองหลังส่งมอบงาน (Maintenance period)

การเก็บวัสดุนอกสถานที่ก่อสร้าง (Off-site storage)

การยกสินค้าขึ้นและลง (Loading and Unloading)

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ่านต่อ

ตรวจแหล่งข้อมูลล่าสุด · BCR เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย

กรุงเทพประกันภัย — ถ้อยคำอัคคีภัยที่อยู่อาศัยและเอกสารแนบท้าย (ตัวอย่างเฉพาะผลิตภัณฑ์)

กรุงเทพประกันภัย — คลังเอกสารถ้อยคำกรมธรรม์แยกประเภท

เอกสารอ้างอิงช่วยอธิบายหลักการและตัวอย่าง แต่เงื่อนไขและขั้นตอนอาจต่างกันตามบริษัทประกัน เมื่อต้องใช้กับธุรกิจของคุณ ให้เช็กตารางกรมธรรม์ เงื่อนไข และเอกสารแนบท้ายฉบับที่ถืออยู่ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านข้อยกเว้นให้เข้าใจ ก่อนตัดสินใจทำประกัน

อ่านหน้าตารางกรมธรรม์ เริ่มเช็กตรงไหน

เปลี่ยนคนดูแลประกัน ต้องส่งต่ออะไรบ้าง