1. ถามก่อนว่าต้องใช้มูลค่าแบบไหน

ก่อนรวมทุนประกัน (Sum insured) ให้แยกว่าอยากทำประกันอาคาร เครื่องจักร สินค้า หรือทรัพย์สินอื่นใดบ้าง จากนั้นถามผู้เสนอว่าต้องใช้มูลค่าแบบไหน เช่น ราคาทดแทนด้วยของใหม่ หรือมูลค่าที่พิจารณาค่าเสื่อมตามเงื่อนไข

มูลค่าในบัญชี ราคาขายต่อ และค่าซื้อใหม่อาจไม่เท่ากัน ถ้าเครื่องเก่าตัดค่าเสื่อมไปมากแต่ยังใช้งานอยู่ ยอดในบัญชีอย่างเดียวอาจไม่บอกเงินที่ต้องใช้หาของมาทดแทน

ขอให้ผู้เสนออธิบายวิธีชดใช้ควบคู่กับวิธีคิดทุน เช่น ต้องซ่อมหรือซื้อทดแทนภายในเงื่อนไขใด คำว่าคุ้มครองแบบของใหม่ควรมีข้อความในกรมธรรม์รองรับก่อนเลือก

  • อย่าใช้ยอดหนี้ธนาคารแทนมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด
  • แยกที่ดินออกจากค่าก่อสร้างอาคารที่กำลังประเมิน
  • จดว่าตัวเลขแต่ละรายการมาจากเอกสารหรือประมาณการใด

2. เช็กอาคารทีละหลัง

จดขนาด ลักษณะอาคาร และการใช้งาน แล้วใช้แบบอาคาร ใบเสนอค่าก่อสร้างเดิม หรือข้อมูลจากผู้รับเหมาช่วยเริ่มเช็ก หากราคาเก่ามากหรือต่อเติมไปแล้ว ให้ถามว่าควรประเมินใหม่อย่างไร

ไล่ดูระบบไฟ ประปา แอร์ ลิฟต์ และส่วนตกแต่งว่ารวมในมูลค่าอาคารแล้วหรือยัง อย่าบวกซ้ำในรายการอุปกรณ์ ส่วนค่ารื้อถอน เก็บกวาดซาก และค่าวิชาชีพ ให้ถามขอบเขตและวงเงินแยก

ถ้าเช่าอาคาร ให้ดูสัญญาว่าส่วนใดเป็นของผู้ให้เช่าและส่วนใดเราลงทุนเอง สำหรับอาคารชุด ใช้รายการทรัพย์สินส่วนกลางและงานปรับปรุงล่าสุด ไม่ใช้ราคาขายห้องชุดรวมแทนค่าก่อสร้าง

  • เช็กว่ารั้ว ลาน ถนน และระบบนอกอาคารอยู่ในรายการใด
  • ระบุวันที่และส่วนที่รวมอยู่ในราคาประเมิน
  • นำส่วนต่อเติมหรือเปลี่ยนระบบมาเช็กเพิ่ม

3. เช็กเครื่องจักรให้ครบต้นทุนที่เกี่ยวข้อง

ใช้รายการเครื่องจักร ใบซื้อ หรือภาพป้ายรุ่นช่วยระบุว่าเครื่องอะไร อยู่ที่ไหน และยังใช้งานหรือไม่ หากข้อเสนอต้องใช้ราคาทดแทน ให้ถามผู้ขายถึงเครื่องที่ทำงานเทียบเท่ากันได้

แยกราคาเครื่อง ค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า ค่าติดตั้ง และค่าทดสอบไว้ก่อน แล้วถามว่าส่วนใดควรรวมในทุนและประกันรับไว้แค่ไหน ถ้ารุ่นเดิมเลิกผลิต ให้บอกว่าราคาที่ใช้เป็นเครื่องทดแทนรุ่นใด

เครื่องนำเข้าควรจดวันที่และอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ หากผู้ขายให้ราคาเป็นช่วงก็เก็บช่วงนั้นไว้พร้อมเหตุผล ไม่ต้องทำตัวเลขให้ละเอียดเกินข้อมูลที่มี

  • เช็กแม่พิมพ์ อุปกรณ์ควบคุม และอะไหล่สำคัญด้วย
  • ถามราคาอ้างอิงว่ารวมติดตั้งและทดสอบหรือยัง
  • เช็กสัญญาเครื่องเช่า เช่าซื้อ หรือเครื่องของลูกค้า

4. ดูยอดสินค้าช่วงที่เก็บมากที่สุด

ใช้ยอดสต็อกหรือเอกสารซื้อขายที่มีอยู่แยกตามสถานที่ ดูทั้งช่วงปกติและช่วงรับของมาก ไม่ใช้ยอดขายทั้งปีแทนมูลค่าสินค้าที่อยู่ในโกดังในเวลาเดียวกัน

แยกวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต สินค้าสำเร็จรูป และของรับฝาก พร้อมบอกวิธีคิดมูลค่าให้ผู้เสนอพิจารณา หากมีของกลางแจ้งหรือฝากไว้อีกสถานที่ ให้ถามขอบเขตด้วย

ตัวอย่างสมมติ: ปกติมีสินค้า 4 ล้านบาท แต่ก่อนเทศกาลอาจสูงถึง 7 ล้านบาท ควรนำส่วนต่างนี้ไปถามเรื่องทุนและวิธีแจ้งยอด ไม่ถือว่าประกันจะเพิ่มตามของที่เข้ามาเอง

  • จดยอดสูงสุดที่คาดไว้และช่วงเวลาที่เกิด
  • แยกของเรา ของลูกค้า และของผู้ขายที่ฝากไว้
  • ถามวิธีปรับทุนหรือแจ้งยอดตามข้อเสนอที่ใช้จริง

5. ถ้าทุนต่ำกว่ามูลค่า จะมีผลอย่างไร

บางกรมธรรม์มีเงื่อนไขเฉลี่ยความเสียหายเมื่อทุนต่ำกว่ามูลค่าที่ต้องใช้ แต่รายละเอียดและข้อยกเว้นต่างกัน อย่าใช้เกณฑ์ร้อยละเดียวกับทุกฉบับ ให้ขอคำอธิบายจากข้อความของกรมธรรม์กิจการโดยตรง

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายตัวเลข: หากเงื่อนไขกำหนดให้ใช้ทุน 6 ล้านบาทหารมูลค่า 10 ล้านบาท แล้วคูณความเสียหายที่เข้าสูตร 2 ล้านบาท ผลก่อนเงื่อนไขอื่นคือ 6 ÷ 10 × 2 = 1.2 ล้านบาท

สูตรนี้ใช้เฉพาะสมมติฐานข้างต้น ยังไม่ใช่ยอดเคลมจริง ต้องเช็กว่าฉบับที่ใช้เฉลี่ยอย่างไร คิดแยกรายการหรือรวมกลุ่ม และยังมีส่วนแรก วงเงินย่อย หรือเงื่อนไขชดใช้อะไรอีก

  • ถามว่ามูลค่าที่นำมาเทียบกับทุนคิดอย่างไร
  • อย่าคิดว่าความเสียหายไม่เกินทุนแล้วจะได้เต็มเสมอ
  • ขอตัวอย่างคำนวณตามเงื่อนไขที่เสนอจริง

6. เก็บตัวเลขไว้ให้เช็กครั้งหน้าได้

ทำรายการง่ายๆ ว่าทรัพย์สินอะไร อยู่ที่ไหน ของใคร ใช้มูลค่าเท่าไร และอ้างอิงจากอะไร จะแนบใบเสนอราคา ใบประเมิน หรือรูปถ่ายไว้ด้วยก็ได้ เมื่อขอราคาหลายรายให้ส่งข้อมูลชุดเดียวกัน

ให้คนที่ใช้สถานที่ช่วยเช็กของจริงกับรายการด้วย อาจมีเครื่องที่ตัดออกจากบัญชีแต่ยังใช้งาน หรือของที่ย้ายไปอีกอาคารแล้ว หากไม่มีรายการเดิม เริ่มจดจากของสำคัญก่อนแล้วเติมให้ครบ

เมื่อซื้อ ย้าย หรือขายทรัพย์สินสำคัญ ให้แจ้งคนดูแลประกันและถามว่าต้องแก้ทุนหรือสถานที่เมื่อใด การเพิ่มทุนภายหลังไม่ได้ยืนยันว่าจะคุ้มครองเหตุที่เกิดก่อนแก้

  • เก็บวันที่เช็กราคาและส่วนที่ยังเป็นประมาณการ
  • จดการเพิ่ม ลด ย้าย และวันที่แจ้งบริษัทประกัน
  • ทบทวนตัวเลขอีกครั้งก่อนต่ออายุ

คำศัพท์ในเรื่องนี้

ทุนประกันภัย (Sum insured)

ฐานการประเมินมูลค่า (Basis of valuation)

การเฉลี่ยค่าเสียหาย (Average clause / Underinsurance)

มูลค่าทดแทนใหม่ (Replacement cost / Reinstatement value)

มูลค่าทรัพย์สินหลังหักค่าเสื่อม (Actual cash value)

ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)

มูลค่าตลาด (Market value)

มูลค่าที่ตกลงกันไว้ (Agreed value)

เงื่อนไขเพิ่มทุนตามอัตราที่กำหนด (Escalation clause)

การแจ้งมูลค่าสต็อกตามงวด (Stock declaration)

วงเงินสต็อกเพิ่มตามฤดูกาล (Seasonal stock increase)

มูลค่างานตามสัญญา (Contract value)

มูลค่าสินค้าที่ใช้เอาประกันขนส่ง (Cargo Insured Value)

ค่าระวางขนส่ง (Freight)

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ่านต่อ

ตรวจแหล่งข้อมูลล่าสุด · BCR เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย

กรุงเทพประกันภัย — ถ้อยคำอัคคีภัยที่อยู่อาศัยและเอกสารแนบท้าย (ตัวอย่างเฉพาะผลิตภัณฑ์)

MSIG — ใบคำขอประกันภัยทรัพย์สิน: สถานที่ มูลค่า ระบบป้องกัน และประวัติความเสียหาย

กรุงเทพประกันภัย — อัคคีภัยสำหรับสถานประกอบการ (เงื่อนไขเฉพาะผลิตภัณฑ์)

เอกสารอ้างอิงช่วยอธิบายหลักการและตัวอย่าง แต่เงื่อนไขและขั้นตอนอาจต่างกันตามบริษัทประกัน เมื่อต้องใช้กับธุรกิจของคุณ ให้เช็กตารางกรมธรรม์ เงื่อนไข และเอกสารแนบท้ายฉบับที่ถืออยู่ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ก่อนต่ออายุประกันธุรกิจ ต้องเช็กอะไรบ้าง

อ่านหน้าตารางกรมธรรม์ เริ่มเช็กตรงไหน

กรณีสมมติ: ไฟไหม้คลังสินค้า เริ่มประเมินความเสียหายอย่างไร