ก่อนอ่านเนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่ข้อเสนอขายประกันภัย คำแนะนำเฉพาะบุคคล หรือการรับรองความคุ้มครอง

เปิดทีละคำ

คำศัพท์ประกันภัย

คำศัพท์ไทยและอังกฤษสำหรับคนดูแลธุรกิจ เลือกหมวดที่ต้องใช้ เริ่มจากพื้นฐาน แล้วอ่านตัวอย่างและเงื่อนไขของแต่ละคำ

แสดง 200 คำศัพท์ จากทั้งหมด 200 คำ

พื้นฐานกรมธรรม์ 17 คำ

เอกสาร คู่สัญญา และข้อมูลก่อนทำประกัน

เอกสารแนบท้าย (Endorsement)เอกสารที่เพิ่ม แก้ไข หรือจำกัดข้อความบางส่วนของกรมธรรม์

เอกสารแนบท้ายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันภัย อาจเพิ่มความคุ้มครอง เพิ่มสถานที่ เปลี่ยนผู้มีส่วนได้เสีย หรือกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ต้องอ่านร่วมกับตารางกรมธรรม์และถ้อยคำหลัก รวมทั้งตรวจวันที่มีผลและข้อที่แก้ไข

คำถามที่ควรถาม: แนบท้ายฉบับนี้เพิ่มหรือเปลี่ยนอะไร มีผลวันไหน และแก้ข้อความเดิมข้อใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
หน้าตารางกรมธรรม์ (Policy schedule)หน้าที่สรุปชื่อผู้เอาประกัน สถานที่ ระยะเวลา ทุน และรายการสำคัญของกรมธรรม์

หน้าตารางกรมธรรม์ (Policy schedule) คือส่วนที่สรุปรายละเอียดเฉพาะของประกันฉบับนั้น เช่น ผู้เอาประกัน สถานที่ ระยะเวลา ทุน และส่วนแรก ใช้ตรวจข้อมูลร่วมกับถ้อยคำและเอกสารแนบท้าย ไม่ใช่สรุปเงื่อนไขทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: ชื่อกิจการ สถานที่ วันเริ่มคุ้มครอง และทุนประกันถูกต้องครบหรือยัง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ทรัพย์สินที่เอาประกัน (Insured property)อาคาร เครื่องจักร สินค้า หรือทรัพย์สินอื่นที่ระบุให้เอาประกันไว้

ทรัพย์สินที่เอาประกัน (Insured property) คือรายการอาคาร เครื่องจักร สินค้า หรือทรัพย์สินที่สัญญาระบุให้เอาประกันไว้ ต้องตรวจคำบรรยาย ผู้มีส่วนได้เสีย และสถานที่ ไม่ถือว่าของทุกชิ้นในโรงงานรวมอยู่โดยอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถาม: สินค้าที่รับฝากและเครื่องที่เช่ามารวมอยู่ในประกันของฉันหรือยัง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
สัญญาประกันภัย (Insurance contract)ข้อตกลงรับประกันเหตุที่ระบุไว้ โดยผู้เอาประกันภัยตกลงชำระเบี้ยเป็นการตอบแทน

ข้อตกลงระหว่างผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยว่าจะชดใช้ค่าสินไหมหรือเงินตามเหตุและเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยมีเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทน

คำถามที่ควรถาม: บริษัทตอบรับความคุ้มครองอะไร เริ่มเมื่อไร และมีเอกสารใดยืนยันข้อตกลงบ้าง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผู้เอาประกันภัย (Policyholder)บุคคลหรือกิจการที่เป็นคู่สัญญาฝ่ายเอาประกันภัย ซึ่งต้องตรวจชื่อให้ตรงกับกรมธรรม์

ในบริบทประกันทรัพย์สินของกิจการ คือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัยในหน้าตาราง มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาของตน

คำถามที่ควรถาม: ชื่อผู้เอาประกันภัยตรงกับคนหรือกิจการที่มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผู้รับประกันภัย (Insurer)ฝ่ายที่รับประกันความเสี่ยงและมีหน้าที่ตามความคุ้มครองที่ตกลงไว้ในสัญญา

บริษัทที่เป็นคู่สัญญาฝ่ายรับประกันภัย โดยรับหน้าที่ชดใช้ตามขอบเขตกรมธรรม์ เมื่อมีเหตุและครบเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่ควรถาม: บริษัทใดเป็นผู้รับประกันภัย และติดต่อเรื่องกรมธรรม์หรือสินไหมผ่านช่องทางไหน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
นายหน้าประกันภัย (Insurance broker)คนกลางที่ชี้ช่องหรือจัดการให้ทำสัญญาประกันภัยเพื่อรับบำเหน็จจากงานนั้น

ผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท โดยกระทำเพื่อบำเหน็จ และต้องตรวจประเภทกับสถานะใบอนุญาตให้ตรงงานที่ทำ

คำถามที่ควรถาม: ผู้ติดต่อมีใบอนุญาตประเภทใด ทำหน้าที่อะไร และมีอำนาจรับเงินหรือยืนยันเรื่องใดบ้าง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ส่วนได้เสียในการประกันภัย (Insurable interest)ความเกี่ยวข้องที่ทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องเสียหายหากเกิดเหตุที่นำมาประกัน

ความสัมพันธ์กับเหตุหรือทรัพย์สินที่ทำให้ได้รับประโยชน์เมื่อทรัพย์สินคงอยู่ หรือได้รับความเสียหายเมื่อเกิดเหตุ โดยต้องพิจารณาฐานะและสิทธิหน้าที่จริง

คำถามที่ควรถาม: หากทรัพย์สินนี้เสียหาย กิจการเสียประโยชน์หรือมีหน้าที่รับผิดตามเอกสารใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เบี้ยประกันภัย (Premium)เงินค่าตอบแทนที่ตกลงชำระเพื่อรับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย

จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยตกลงชำระแก่ผู้รับประกันภัยเป็นการตอบแทนข้อตกลงรับประกัน ต้องตรวจยอดที่เรียกเก็บ กำหนดชำระ และผลของการไม่ชำระในฉบับนั้น

คำถามที่ควรถาม: ยอดที่ต้องจ่ายรวมภาษีและอากรแล้วหรือยัง และต้องชำระให้ใครเมื่อไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาเอาประกันภัย (Policy period)ช่วงวันและเวลาเริ่มต้นถึงสิ้นสุดที่ระบุไว้สำหรับความคุ้มครองตามกรมธรรม์

ช่วงเวลาที่ระบุไว้ในหน้าตารางสำหรับการเอาประกันภัย ต้องอ่านวัน เวลา และเงื่อนไขเริ่มหรือสิ้นผลควบคู่กัน ไม่อาศัยปีบนปกเพียงอย่างเดียว

คำถามที่ควรถาม: ความคุ้มครองเริ่มและสิ้นสุดวันไหน เวลาใด และมีเหตุใดทำให้สิ้นผลก่อนกำหนดได้บ้าง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การต่ออายุประกันภัย (Renewal)การตกลงให้มีประกันภัยในรอบถัดไป โดยต้องตรวจรายละเอียดของรอบใหม่อีกครั้ง

การจัดให้ความคุ้มครองดำเนินต่อในระยะเวลาเอาประกันภัยรอบใหม่ตามข้อตกลง ไม่ควรถือว่าเบี้ย ทุน ภัย และเงื่อนไขเหมือนเดิมโดยไม่ตรวจเอกสาร

คำถามที่ควรถาม: รอบใหม่บริษัทรับประกันด้วยเงื่อนไขใด และยืนยันเวลาเริ่มต่อจากฉบับเดิมแล้วหรือยัง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อเท็จจริงที่มีผลต่อการรับประกัน (Material fact)ข้อมูลที่มีผลต่อการประเมินความเสี่ยง การกำหนดเบี้ย หรือการตัดสินใจรับประกัน

ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินที่มีน้ำหนักต่อการพิจารณารับประกัน เช่น อาจทำให้บริษัทเรียกเบี้ยสูงขึ้นหรือไม่รับประกัน ไม่ใช่ตัดสินความสำคัญจากความเห็นของผู้ขอประกันฝ่ายเดียว

คำถามที่ควรถาม: ข้อมูลใดของกิจการอาจทำให้บริษัทประเมินความเสี่ยงต่างจากที่แจ้งไว้

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง (Disclosure)การแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับประกันให้บริษัททราบอย่างถูกต้องและครบตามจริง

การให้ข้อมูลที่บริษัทต้องใช้พิจารณาประกัน เช่น คำตอบในใบคำขอและรายละเอียดกิจการ รวมถึงตรวจหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงตามกรมธรรม์ระหว่างปี

คำถามที่ควรถาม: ข้อมูลใดแจ้งบริษัทแล้ว ข้อมูลใดยังไม่แน่ใจ และมีหลักฐานตอบรับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ตัวแทนประกันภัย (Insurance agent)ผู้ที่บริษัทมอบหมายให้ชักชวนทำประกันภัยกับบริษัทนั้น ภายใต้ขอบเขตอำนาจที่ได้รับ

ในประกันวินาศภัย หมายถึงผู้ที่บริษัทมอบหมายให้ชักชวนบุคคลทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท โดยต้องมีใบอนุญาตและตรวจว่าทำหน้าที่ให้บริษัทใด

คำถามที่ควรถาม: ผู้เสนอขายเป็นตัวแทนของบริษัทใด และเรื่องที่ตกลงต้องให้บริษัทออกเอกสารอะไรยืนยัน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การบอกเลิกกรมธรรม์ (Cancellation)การทำให้กรมธรรม์สิ้นสุดก่อนวันครบกำหนดตามวิธีและเงื่อนไขที่ใช้กับสัญญานั้น

การบอกเลิกความคุ้มครองก่อนครบระยะเวลาเอาประกันภัย ต้องตรวจผู้ใช้สิทธิ วิธีแจ้ง วันที่มีผล และหลักเกณฑ์คืนเบี้ยของกรมธรรม์นั้น

คำถามที่ควรถาม: ใครเป็นฝ่ายบอกเลิก ต้องแจ้งแบบใด มีผลวันไหน และคืนเบี้ยด้วยวิธีใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อรับรอง (Warranty)ข้อตกลงให้ปฏิบัติตามเรื่องที่ระบุโดยเคร่งครัด ซึ่งต้องดูผลและการมีผลตามกรมธรรม์นั้น

ข้อรับรองในสัญญาประกันภัยเป็นข้อตกลงเฉพาะที่ต้องตรวจว่ารับรองเรื่องใด ใครต้องทำ เมื่อไร และหากไม่ปฏิบัติจะมีผลอย่างไรตามข้อความที่ตกลงใช้

คำถามที่ควรถาม: ข้อรับรองฉบับนี้กำหนดให้ทำอะไร มีผลอย่างไร และใครในกิจการตรวจว่าทำครบ

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขบังคับก่อน (Condition precedent)เงื่อนไขที่ต้องทำให้ครบก่อนเกิดหน้าที่ตามข้อที่กำหนด โดยต้องอ่านผลจากข้อความจริง

ในกรมธรรม์ คือเงื่อนไขที่ผูกหน้าที่ของบริษัทไว้กับการดำเนินการบางอย่างก่อน เช่น ส่งข้อมูลที่เพียงพอ โดยขอบเขตและผลต้องดูข้อที่อ้างถึง ไม่สรุปจากชื่อเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว

คำถามที่ควรถาม: เงื่อนไขนี้ผูกกับหน้าที่ข้อใด ต้องส่งหรือทำอะไร และข้อความกำหนดผลไว้ว่าอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

ภัยและเงื่อนไข 37 คำ

เหตุที่เอาประกัน ข้อยกเว้น และข้อกำหนด

ข้อยกเว้น (Exclusion)เหตุหรือความเสียหายที่กรมธรรม์ระบุว่าไม่คุ้มครอง

ข้อยกเว้น (Exclusion) คือข้อความในกรมธรรม์ที่ระบุเหตุ ทรัพย์สิน หรือความเสียหายที่ไม่อยู่ในความคุ้มครอง ต้องอ่านขอบเขต ข้อยกกลับ และเอกสารแนบท้ายร่วมกัน ไม่สรุปจากชื่อข้อเพียงอย่างเดียว

คำถามที่ควรถาม: ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ ข้อไหนระบุว่าไม่คุ้มครอง และมีเอกสารแนบท้ายแก้ไขไว้หรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยที่เอาประกันภัย (Insured peril)เหตุที่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองของกรมธรรม์ โดยต้องอ่านเงื่อนไขและข้อยกเว้นร่วมกัน

ภัยที่เอาประกันภัยคือเหตุที่สัญญาตกลงให้ความคุ้มครอง เช่น ไฟไหม้หรือน้ำท่วมตามขอบเขตที่กำหนด การพบชื่อภัยยังไม่ยืนยันว่าทรัพย์สินทุกชิ้นหรือค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะได้รับชดใช้

คำถามที่ควรถาม: เหตุที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายอยู่ในความคุ้มครองข้อใด และมีข้อยกเว้นใดเกี่ยวข้อง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความคุ้มครองแบบความเสี่ยงภัยทุกชนิด (All risks)รูปแบบที่ต้องอ่านขอบเขตรับคุ้มครองร่วมกับข้อยกเว้น ไม่ได้หมายถึงจ่ายทุกเหตุ

All risks เป็นชื่อเรียกรูปแบบความคุ้มครองที่กว้าง แต่ยังมีขอบเขตทรัพย์สิน สถานที่ ระยะเวลา และข้อยกเว้น ในแบบ IAR ที่อ้างอิง รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้ระบุยกเว้นไว้

คำถามที่ควรถาม: กรมธรรม์รับความเสียหายลักษณะใด และยกเว้นสาเหตุหรือทรัพย์สินอะไรไว้?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความคุ้มครองแบบระบุภัย (Named perils)รูปแบบที่แจกแจงเหตุซึ่งรับคุ้มครองไว้ ต้องเทียบเหตุจริงกับรายการและนิยาม

ความคุ้มครองแบบระบุภัยเริ่มจากรายการเหตุที่สัญญารับไว้ การเสียหายจากเหตุอื่นไม่ได้เพิ่มเข้ามาเพียงเพราะเกิดกับทรัพย์สินที่มีชื่อในกรมธรรม์ ภัยเพิ่มต้องตรวจเอกสารที่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

คำถามที่ควรถาม: รายการภัยของกรมธรรม์มีเหตุที่กิจการกังวลหรือไม่ และแนบข้อความขยายภัยครบหรือยัง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ไฟไหม้ (Fire)เหตุเพลิงลุกไหม้ที่ต้องตรวจขอบเขตภัย รวมถึงข้อยกเว้นเรื่องความร้อนและการลุกไหม้เอง

ไฟไหม้เป็นภัยหนึ่งในประกันทรัพย์สิน แต่ไม่ได้ทำให้ความเสียหายจากความร้อนทุกชนิดเป็นเหตุที่คุ้มครอง ต้องแยกไฟไหม้ ความเสียหายระหว่างใช้ความร้อน และการลุกไหม้จากตัวทรัพย์สินตามถ้อยคำจริง

คำถามที่ควรถาม: ของเสียหายจากไฟไหม้ภายนอก จากความร้อนในกระบวนการ หรือจากการลุกไหม้เอง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยลมพายุ (Windstorm)ภัยจากลมพายุที่ต้องตรวจว่ารับความเสียหายต่ออาคาร ของภายใน และของกลางแจ้งไว้อย่างไร

ภัยลมพายุอาจมีเงื่อนไขว่าฝนเข้าภายในต้องผ่านรอยที่อาคารเสียหายจากลมโดยตรง การเปียกฝนหรืออยู่ในวันที่มีพายุจึงยังไม่ใช่คำตอบเรื่องความคุ้มครอง

คำถามที่ควรถาม: ลมทำอาคารเสียหายตรงไหนก่อนน้ำเข้า และทรัพย์สินเก็บในอาคารแบบใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยน้ำท่วม (Flood)ภัยจากน้ำท่วมตามนิยามของสัญญา ต้องแยกจากน้ำรั่วหรือฝนเข้าจากหลังคา

ภัยน้ำท่วมต้องดูว่าน้ำมาจากไหนและเข้ากรณีที่กรมธรรม์กำหนดหรือไม่ แบบแนบท้ายน้ำท่วมที่อ้างอิงเน้นน้ำจากภายนอกอาคารที่ล้นหรือออกจากทางน้ำ ไม่รวมรางน้ำบนหลังคา

คำถามที่ควรถาม: น้ำเข้าจากภายนอกทางใด และนิยามน้ำท่วมกับวงเงินในฉบับจริงเขียนไว้อย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยเนื่องจากน้ำ (Water damage)ความเสียหายจากน้ำตามเหตุที่สัญญาระบุ ซึ่งอาจแยกจากน้ำท่วมและระบบดับเพลิง

ภัยเนื่องจากน้ำต้องตรวจแหล่งน้ำและเงื่อนไข เช่น น้ำรั่วจากท่อหรือระบบปรับอากาศ ไม่ควรใช้แทนความคุ้มครองน้ำท่วม และไม่ได้หมายความว่าน้ำซึมหรือระบบน้ำทุกชนิดคุ้มครอง

คำถามที่ควรถาม: น้ำมาจากท่อ ระบบอาคาร หลังคา หรือภายนอก และข้อความภัยน้ำยกเว้นอะไรไว้?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การลักทรัพย์ (Theft)การถูกขโมยทรัพย์ที่ต้องตรวจว่าประกันรับเหตุแบบใด และแยกจากการขาดหายที่ยังไม่ทราบสาเหตุ

การถูกขโมยของไม่ได้หมายความว่าประกันทรัพย์สินจะจ่ายทุกกรณี บางแบบรับเฉพาะการลักทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขใช้กำลังเข้าหรือออกอาคาร และแยกยกเว้นการสูญหายที่อธิบายไม่ได้

คำถามที่ควรถาม: ทรัพย์สินหายจากเหตุใด มีหลักฐานอย่างไร และสัญญารับการลักทรัพย์ลักษณะนั้นหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การลักทรัพย์โดยมีร่องรอยงัดแงะ (Burglary / Forcible entry theft)ขอบเขตลักทรัพย์ที่ผูกกับการใช้กำลังและร่องรอยตามสัญญา ต้องตรวจว่ารอยต้องเกิดที่ใด

คำนี้ใช้แยกการลักทรัพย์ที่มีเงื่อนไขใช้กำลังเข้าหรือออกและมีร่องรอย จากการถูกขโมยทั่วไป ความหมายที่ใช้พิจารณาเคลมต้องยึดข้อความกรมธรรม์ ไม่ใช่ใช้ความหมายคำอังกฤษแทน

คำถามที่ควรถาม: สัญญากำหนดให้มีร่องรอยที่ตัวอาคาร สถานที่ หรือส่วนใด และมีหลักฐานตรงเงื่อนไขหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การสึกหรอและเสื่อมสภาพ (Wear and tear / Deterioration)ความเสื่อมของทรัพย์สินที่ต้องแยกจากอุบัติเหตุและความเสียหายอื่นที่ตามมา

การสึกหรอและเสื่อมสภาพเกี่ยวกับสภาพของทรัพย์สินหรือการใช้งาน มักต้องตรวจข้อยกเว้นเฉพาะ การมีประกันทรัพย์สินไม่ได้แทนงานบำรุงรักษา และความเสียหายที่ตามมาต้องพิจารณาแยกตามข้อความ

คำถามที่ควรถาม: ชิ้นส่วนเสียเพราะสึกหรอเองหรือเกิดเหตุอื่น และมีความเสียหายส่วนใดตามมาที่ต้องแยกตรวจ?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความเสียหายต่อเครื่องไฟฟ้า (Electrical damage / Electrical injury)ความเสียหายจากเหตุไฟฟ้าที่ต้องตรวจขอบเขตเฉพาะ รวมถึงเงื่อนไขว่าต้องเกิดไฟไหม้หรือไม่

เครื่องไฟฟ้าเสียอาจเกิดจากลัดวงจร แรงดันผิดปกติ หรือสาเหตุอื่น การมีประกันไฟไหม้ไม่ได้ยืนยันว่าตัวเครื่องที่เริ่มเสียจะคุ้มครอง ต้องตรวจข้อยกเว้นและเอกสารขยายเครื่องไฟฟ้า

คำถามที่ควรถาม: สาเหตุไฟฟ้าทำให้เกิดไฟไหม้หรือเสียเฉพาะเครื่อง และเอกสารขยายที่มีรับกรณีใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ความเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น (Change of risk / Increase in risk)การเปลี่ยนธุรกิจ การผลิต หรือการใช้สถานที่ที่อาจกระทบเงื่อนไขรับประกัน ต้องแจ้งและตรวจข้อตกลงใหม่

เมื่อลักษณะงานหรือสถานที่ต่างจากตอนรับประกัน ต้องตรวจเงื่อนไขการเปลี่ยนความเสี่ยง การแจ้งเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เท่ากับบริษัทยินยอมรับต่อ ควรมีหลักฐานการตกลงและเอกสารแก้ไข

คำถามที่ควรถาม: กิจการเปลี่ยนอะไรจากที่แจ้งไว้ และบริษัทตกลงรับประกันภายใต้เงื่อนไขใหม่แล้วหรือยัง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่ารื้อถอนและขนย้ายซาก (Debris removal)ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับซากทรัพย์สินหลังเหตุที่คุ้มครอง ตามขอบเขตและวงเงินที่ซื้อไว้

ค่าค้ำยัน รื้อถอน หรือขนย้ายซากอาจเป็นค่าใช้จ่ายอีกส่วนจากค่าซ่อมทรัพย์สิน ต้องดูว่าซากเป็นของรายการที่ทำประกันหรือไม่ ต้องขอความยินยอมก่อนหรือไม่ และวงเงินรวมอยู่ในทุนหรือเป็นวงเงินเพิ่ม

คำถามที่ควรถาม: วงเงินขนซากรวมอะไร ต้องขออนุมัติก่อนจ้างงานหรือไม่ และนับรวมในทุนหลักไหม

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ฟ้าผ่า (Lightning)ภัยที่ต้องแยกความเสียหายจากฟ้าผ่าออกจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือแรงดันผิดปกติทั่วไป

ฟ้าผ่าอาจเป็นเหตุที่รับคุ้มครอง แต่การที่อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียระหว่างฝนตกยังไม่ยืนยันสาเหตุ และแต่ละกรมธรรม์อาจจำกัดความเสียหายต่อเครื่องไฟฟ้าต่างกัน

คำถามที่ควรถาม: มีหลักฐานว่าเครื่องเสียจากฟ้าผ่าหรือไม่ และข้อฟ้าผ่าครอบคลุมตัวเครื่องไฟฟ้าอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยระเบิด (Explosion)ความเสียหายจากการระเบิดที่ต้องตรวจชนิดเหตุ อุปกรณ์ และขอบเขตที่สัญญารับไว้

ภัยระเบิดมีขอบเขตต่างกันได้ระหว่างความคุ้มครองพื้นฐานกับเอกสารขยาย การรับเหตุระเบิดไม่ได้ยืนยันว่าตัวหม้อน้ำหรือถังความดันที่ระเบิดเองจะคุ้มครองด้วย

คำถามที่ควรถาม: ระเบิดจากอะไร เสียหายที่ตัวอุปกรณ์หรือทรัพย์สินรอบข้าง และมีข้อความขยายภัยระเบิดใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยแผ่นดินไหว (Earthquake)ภัยจากแผ่นดินไหวตามขอบเขตสัญญา ต้องตรวจเหตุที่รวมอยู่ วงเงิน และการนับเหตุ

ภัยแผ่นดินไหวอาจมีขอบเขตรวมเหตุธรรมชาติที่เกี่ยวเนื่องตามข้อความเฉพาะ เช่น สึนามิหรือน้ำท่วมจากแผ่นดินไหว แต่ไม่ควรนำไปเหมารวมกับภัยน้ำท่วมหรือการทรุดตัวทุกกรณี

คำถามที่ควรถาม: กรมธรรม์รวมผลจากแผ่นดินไหวใดบ้าง และคิดวงเงินกับค่าเสียหายส่วนแรกต่อเหตุอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยยานพาหนะเฉี่ยวชน (Vehicle impact)ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากยานพาหนะตามขอบเขตที่รับ โดยต้องดูว่าเป็นรถของใคร

ภัยยานพาหนะเฉี่ยวชนใช้พิจารณาความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกัน ไม่ใช่ประกันซ่อมรถคันที่ชน และบางแบบยกเว้นรถของผู้เอาประกันหรือผู้ทำงานให้

คำถามที่ควรถาม: รถคันใดชนทรัพย์สิน รถเกี่ยวข้องกับกิจการอย่างไร และข้อเฉี่ยวชนรับหรือยกเว้นรถนั้น?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ภัยจลาจลและการนัดหยุดงาน (Riot and strike)ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากการกระทำที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่การชดเชยยอดขายที่หายไปทุกกรณี

ภัยจลาจลและการนัดหยุดงานต้องอ่านนิยามการกระทำและข้อยกเว้นของแบบที่ซื้อ โดยเฉพาะเรื่องวัตถุประสงค์ทางการเมือง การก่อการร้าย และความสูญเสียจากหยุดงาน

คำถามที่ควรถาม: ทรัพย์สินเสียหายจากการกระทำใด และข้อความที่ซื้อรับจลาจลหรือนัดหยุดงานไว้แค่ไหน?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การกระทำด้วยเจตนาร้ายต่อทรัพย์สิน (Malicious damage)การจงใจทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามขอบเขตที่รับ อาจเกิดได้โดยไม่ต้องมีจลาจล

การกระทำด้วยเจตนาร้ายต่อทรัพย์สินเป็นประเด็นเรื่องการจงใจทำลาย ต้องแยกจากอุบัติเหตุ การถูกขโมยของ และการกระทำของผู้เอาประกันเองตามข้อยกเว้น

คำถามที่ควรถาม: มีหลักฐานการจงใจทำลายอะไรบ้าง และข้อความรับภัยกำหนดผู้กระทำหรือทรัพย์สินที่ยกเว้นไว้อย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
สถานที่ไม่มีผู้ใช้งานหรือผู้ดูแล (Unoccupancy / Vacancy)สภาพไม่มีผู้ใช้งานหรือดูแลที่อาจมีเงื่อนไขเฉพาะ ต้องตรวจคำจำกัดความ ระยะเวลา และการยินยอมของบริษัท

การปิดร้านหรือย้ายของออกอาจเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขสถานที่ว่าง แต่ต้องตรวจสภาพและระยะเวลาที่สัญญากำหนด ไม่ใช้จำนวนวันเดียวกับทุกกรมธรรม์ และอาจมีข้อยกเว้นเฉพาะภัยระหว่างไม่ใช้งานด้วย

คำถามที่ควรถาม: เมื่อปิดสถานที่ ใครยังดูแลอยู่ และเงื่อนไขสถานที่ว่างของกรมธรรม์เริ่มใช้เมื่อใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การโยกย้ายทรัพย์สินชั่วคราว (Temporary removal)ข้อตกลงให้ทรัพย์สินยังมีความคุ้มครองบางส่วนเมื่อย้ายออกจากที่ตั้งที่ระบุ

การโยกย้ายทรัพย์สินชั่วคราวคือข้อขยายให้ทรัพย์สินที่ย้ายจากที่ตั้งเอาประกันยังมีความคุ้มครองตามเงื่อนไขที่ตกลง ต้องตรวจปลายทาง วงเงิน และหน้าที่แจ้ง เพราะอาจไม่รวมช่วงขนส่งหรือสถานที่ของลูกค้า

คำถามที่ควรถาม: ส่งเครื่องไปซ่อมข้างนอกแล้วยังคุ้มครองหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การปนเปื้อนของทรัพย์สิน (Contamination)สภาพที่สารหรือสิ่งอื่นปะปนจนกระทบคุณภาพหรือการใช้ทรัพย์สิน ซึ่งต้องตรวจสาเหตุและข้อประกัน

การปนเปื้อนคือการที่สิ่งอื่นเข้าปะปนจนทรัพย์สินหรือสินค้าเปลี่ยนสภาพ เช่น กลิ่นควันหรือสารเคมีติดสินค้า เป็นลักษณะความเสียหายที่ต้องตรวจความคุ้มครอง รวมทั้งแยกค่าทรัพย์สิน ค่าทำความสะอาด และค่าเรียกคืนสินค้า

คำถามที่ควรถาม: สินค้าไม่ไหม้แต่ปนเปื้อน จะพิสูจน์ความเสียหายและสาเหตุอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความคุ้มครองจากคลังถึงคลัง (Warehouse-to-Warehouse)ช่วงความคุ้มครองการขนส่งจากคลังต้นทางถึงจุดสิ้นสุดตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ความคุ้มครองจากคลังถึงคลังคือการกำหนดช่วงประกันสินค้าระหว่างขนส่งจากสถานที่ต้นทางไปยังปลายทาง โดยต้องอ่านจุดเริ่มและเหตุสิ้นสุดตามข้อกำหนด ไม่ใช่ประกันการเก็บสินค้าในคลังได้ตลอดเวลา

คำถามที่ควรถาม: ประกันเริ่มตอนเคลื่อนสินค้าครั้งใด และหยุดเมื่อส่งถึงคลังหรือเลือกเก็บไว้ที่อื่นเมื่อใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อยกเว้นการบรรจุหีบห่อไม่เหมาะสม (Packing Exclusion)ข้อยกเว้นความเสียหายที่เกิดจากการบรรจุหรือเตรียมสินค้าไม่เพียงพอสำหรับการขนส่งตามเงื่อนไขที่ระบุ

ข้อยกเว้นการบรรจุหีบห่อไม่เหมาะสมคือข้อกำหนดที่ตัดความเสียหายจากการบรรจุหรือเตรียมสินค้าไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะกับการขนส่ง โดยต้องดูสาเหตุ ผู้บรรจุ และเวลาบรรจุตามถ้อยคำของกรมธรรม์

คำถามที่ควรถาม: บรรจุภัณฑ์และการจัดสินค้าในตู้รองรับการขนส่งตามปกติหรือไม่ และใครเป็นผู้ทำก่อนเริ่มประกัน?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อยกเว้นความเสียหายจากความล่าช้า (Delay Exclusion)ข้อยกเว้นความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายที่มีสาเหตุจากการขนส่งล่าช้าตามถ้อยคำกรมธรรม์

ข้อยกเว้นความเสียหายจากความล่าช้าคือข้อกำหนดที่ตัดความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดจากการล่าช้าตามเงื่อนไขที่ใช้ แม้เหตุที่ทำให้ล่าช้าอาจเป็นภัยที่ประกันรับไว้ จึงต้องแยกจากความเสียหายโดยตรงจากอุบัติเหตุ

คำถามที่ควรถาม: สิ่งที่เรียกร้องเป็นความเสียหายจากเหตุโดยตรงหรือจากการมาถึงช้า และมีส่วนขยายใดแก้ข้อยกเว้นนี้ไว้หรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การยกสินค้าขึ้นและลง (Loading and Unloading)ช่วงเคลื่อนสินค้าขึ้นหรือออกจากพาหนะ ซึ่งต้องตรวจว่าอยู่ในประกันส่วนใด

การยกสินค้าขึ้นและลงคือขั้นตอนเคลื่อนสินค้าขึ้นพาหนะหรือขนออกเมื่อถึงจุดรับส่ง โดยประกันสินค้าและประกันความรับผิดผู้ขนส่งอาจกำหนดขอบเขตช่วงนี้ต่างกัน

คำถามที่ควรถาม: เหตุสินค้าตกขณะยกขึ้นลงรับตามกรมธรรม์ใด ใครเป็นผู้ยก และความคุ้มครองเริ่มจบเมื่อใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไข 72 ชั่วโมง (72-hour clause)กติกานับความเสียหายจากภัยที่ระบุภายในช่วงเวลา ให้เป็นเหตุครั้งเดียวตามสัญญา

เงื่อนไข 72 ชั่วโมงเป็นเรื่องการรวมความเสียหายจากภัยที่ระบุเพื่อพิจารณาเป็นครั้งเดียว ไม่ใช่กำหนดเวลาต้องแจ้งเคลมทุกกรณี และไม่ได้ทำให้ความเสียหายนอกระยะประกันกลับมาคุ้มครอง

คำถามที่ควรถาม: ครอบคลุมภัยใด เริ่มนับเวลาอย่างไร และมีผลต่อส่วนแรกหรือวงเงินต่อครั้งอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
สาเหตุใกล้ชิด (Proximate cause)แนวคิดที่ใช้พิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุและความเสียหาย โดยต้องอ่านถ้อยคำสาเหตุในกรมธรรม์ด้วย

สาเหตุใกล้ชิดใช้ช่วยวิเคราะห์ว่าเหตุใดเชื่อมโยงกับความเสียหายโดยตรงหรือต่อเนื่อง ไม่ใช่เลือกเหตุที่อยู่ใกล้ที่สุดตามระยะทางหรือเวลา และไม่ใช่คำรับรองว่าความเสียหายต่อเนื่องทุกอย่างคุ้มครอง

คำถามที่ควรถาม: ตั้งแต่เหตุเริ่มต้นจนทรัพย์สินเสียหาย เกิดอะไรขึ้นบ้าง และข้อคุ้มครองหรือข้อยกเว้นเชื่อมสาเหตุไว้อย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
น้ำรั่วจากระบบสปริงเกลอร์ดับเพลิง (Sprinkler leakage)ความเสียหายจากน้ำที่ปล่อยหรือรั่วโดยอุบัติเหตุจากระบบดับเพลิง ตามขอบเขตเฉพาะ

ภัยน้ำจากระบบสปริงเกลอร์คือความเสียหายของทรัพย์สินจากน้ำที่รั่วหรือปล่อยโดยอุบัติเหตุจากระบบพรมน้ำดับเพลิงตามข้อขยาย ต้องแยกจากน้ำท่อประปา น้ำท่วม และความเสียหายต่อตัวระบบเอง

คำถามที่ควรถาม: สินค้าที่เปียกกับค่าซ่อมระบบสปริงเกลอร์ เบิกได้จากข้อเดียวกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การลุกไหม้จากการระอุตามธรรมชาติ (Spontaneous combustion)การลุกไหม้ที่เกี่ยวกับการระอุของตัวทรัพย์สินเอง ซึ่งต้องดูข้อยกเว้นหรือส่วนขยาย

การระอุตามธรรมชาติคือการที่ความร้อนสะสมเกิดขึ้นภายในตัวทรัพย์สินเองจนลุกไหม้หรือระเบิด ความเสียหายนี้อาจแยกจากไฟไหม้ทั่วไป และส่วนขยายสต็อกบางแบบยังยกเว้นบูดเน่าหรือกรรมวิธีใช้ความร้อน

คำถามที่ควรถาม: กองสินค้าเริ่มระอุเอง ถือเป็นไฟไหม้ที่กรมธรรม์คุ้มครองหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อยกเว้นมลพิษหรือมลภาวะ (Pollution exclusion)ข้อจำกัดความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจากมลพิษตามคำนิยามและข้อยกกลับของแต่ละกรมธรรม์

ข้อยกเว้นมลพิษคือข้อสัญญาที่ตัดหรือจำกัดความเสียหายเกี่ยวกับมลพิษหรือการปนเปื้อนตามถ้อยคำที่กำหนด ต้องตรวจว่าใช้กับทรัพย์สิน ความรับผิด หรือค่าทำความสะอาด และมีกรณีที่ให้ความคุ้มครองกลับหรือไม่

คำถามที่ควรถาม: สารรั่วแล้วต้องแยกความเสียหายในกิจการกับภายนอกอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อยกเว้นการก่อการร้าย (Terrorism exclusion)ข้อที่จำกัดความเสียหายจากการก่อการร้ายตามนิยามในกรมธรรม์

ข้อยกเว้นการก่อการร้ายคือข้อสัญญาที่ตัดหรือจำกัดความเสียหายจากเหตุซึ่งเข้าคำนิยามการก่อการร้ายในกรมธรรม์ ต้องอ่านเหตุที่สัมพันธ์กันและค่าใช้จ่ายควบคุมเหตุด้วย โดยแยกจากเงื่อนไขจลาจลหรือการกระทำมุ่งร้าย

คำถามที่ควรถาม: ข่าวเรียกเหตุว่าก่อการร้ายแล้วผลประกันตัดสินตามข่าวเลยหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อจำกัดตามมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions clause)ข้อสัญญาที่จำกัดการให้ความคุ้มครองหรือจ่ายผลประโยชน์เมื่อเข้าเงื่อนไขมาตรการที่ระบุ

ข้อจำกัดตามมาตรการคว่ำบาตรคือข้อสัญญาที่จำกัดการคุ้มครองหรือจ่ายผลประโยชน์หากทำให้ผู้รับประกันเผชิญข้อห้ามตามมาตรการที่ระบุ ต้องอ่านขอบเขตและข้อมูลผู้เกี่ยวข้องก่อนพิจารณาธุรกรรมแต่ละกรณี

คำถามที่ควรถาม: มีคู่ค้าหรืองานต่างประเทศ ต้องส่งข้อมูลอะไรให้บริษัทตรวจข้อจำกัด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขไม่เสียความคุ้มครองจากเหตุที่ไม่รู้หรือควบคุมไม่ได้ (Non-invalidation)ข้อผ่อนเงื่อนไขเฉพาะกรณีการกระทำหรือความเปลี่ยนแปลงอยู่นอกการรับรู้หรือควบคุม

เงื่อนไขไม่เสียความคุ้มครองคือข้อผ่อนให้ความคุ้มครองไม่เสียไปจากเหตุเพิ่มความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้เอาประกันไม่รู้หรือควบคุมไม่ได้ตามที่สัญญาระบุ ยังต้องทำหน้าที่เมื่อทราบเหตุ เช่น แจ้งบริษัทและจ่ายเบี้ยเพิ่มตามเงื่อนไข

คำถามที่ควรถาม: พบการเปลี่ยนแปลงความเสี่ยงที่ไม่เคยรู้ ต้องทำอะไรทันที

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เที่ยวขนส่งที่เอาประกันภัย (Insured Voyage)การขนส่งสินค้าจากต้นทางถึงปลายทางภายในขอบเขตและเงื่อนไขที่กรมธรรม์รับไว้

เที่ยวขนส่งที่เอาประกันภัยคือการเดินทางของสินค้าตามต้นทาง ปลายทาง และขอบเขตที่ตกลงรับประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าประกันเริ่ม สิ้นสุด หรือดำเนินต่ออย่างไรเมื่อการขนส่งเปลี่ยนไป

คำถามที่ควรถาม: หากเปลี่ยนปลายทางหรือการขนส่งหยุดก่อนถึงที่หมาย ต้องแจ้งและขอตกลงความคุ้มครองอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความเสียหายจากสภาพในตัวสินค้า (Inherent Vice)ความเสียหายที่เกิดจากสภาพหรือธรรมชาติภายในตัวสินค้า ซึ่งอาจอยู่ในข้อยกเว้นของประกันขนส่ง

ความเสียหายจากสภาพในตัวสินค้าคือความเสียหายที่มีต้นเหตุจากคุณสมบัติหรือธรรมชาติของสินค้าเองตามข้อยกเว้นที่ใช้ ไม่ใช่เพียงการพบว่าสินค้าเสื่อมหรือเสียหลังขนส่ง

คำถามที่ควรถาม: ความเสียหายเกิดจากสภาพเดิมของสินค้า เหตุภายนอกระหว่างทาง หรือทั้งสองส่วน และมีหลักฐานแยกได้อย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

มูลค่าและวงเงิน 20 คำ

ทุนประกัน ฐานมูลค่า ส่วนแรก และเพดานชดใช้

ทุนประกันภัย (Sum insured)จำนวนเงินที่กำหนดไว้สำหรับทรัพย์สินแต่ละรายการ ไม่ใช่ยอดที่จะได้ทุกครั้งเมื่อเคลม

ทุนประกันภัยคือจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุในตาราง เช่น ทุนอาคาร เครื่องจักร และสินค้า ควรกำหนดจากฐานมูลค่าที่กรมธรรม์ใช้ การเคลมยังต้องพิจารณาความเสียหายจริง วงเงิน เงื่อนไขเฉลี่ย และค่าเสียหายส่วนแรก

คำถามที่ควรถาม: ทุนแต่ละรายการสอดคล้องกับมูลค่าตามกรมธรรม์หรือยัง และมีวงเงินย่อยอะไรบ้าง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)ส่วนของความเสียหายที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเองตามกรมธรรม์

ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) คือส่วนของความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบเองตามกรมธรรม์ บางคนเรียกว่าค่าใช้จ่ายส่วนแรก ต้องดูว่าเป็นเงินกี่บาท หรือเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดใด

คำถามที่ควรถาม: คิดส่วนแรกจากยอดความเสียหายหรือจากทุนประกัน และคิดต่อเหตุการณ์อย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
วงเงินย่อย (Sub-limit)วงเงินเฉพาะภัยหรือค่าใช้จ่ายบางรายการ ซึ่งอาจต่ำกว่าทุนประกันรวม

กรมธรรม์หนึ่งฉบับอาจมีทุนรวมสูง แต่จำกัดน้ำท่วม ค่าขนซาก หรือรายการอื่นไว้ต่ำกว่า ต้องดูว่าวงเงินใช้ต่อครั้งหรือสะสมตลอดระยะเวลาประกันภัย และอยู่ภายในทุนรวม หรือให้เพิ่มจากทุนรวม

คำถามที่ควรถาม: วงเงินนี้ใช้ต่อครั้งหรือรวมทั้งปี และเหลือเท่าไรหลังเคลมครั้งก่อน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ฐานการประเมินมูลค่า (Basis of valuation)วิธีคิดมูลค่าทรัพย์สิน เช่น มูลค่าของใหม่ หรือมูลค่าหลังหักค่าเสื่อม

ฐานการประเมินมูลค่า (Basis of valuation) คือวิธีที่ใช้กำหนดมูลค่าทรัพย์สินสำหรับตั้งทุนหรือพิจารณาความเสียหายตามสัญญา เช่น มูลค่าทดแทนใหม่หรือมูลค่าหลังหักค่าเสื่อม ซึ่งอาจต่างจากราคาซื้อเดิมและมูลค่าในบัญชี

คำถามที่ควรถาม: กรมธรรม์ใช้มูลค่าแบบไหน และฉันควรใช้เอกสารใดช่วยกำหนดทุน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การเฉลี่ยค่าเสียหาย (Average clause / Underinsurance)เงื่อนไขที่อาจลดสินไหมตามสัดส่วน เมื่อทุนประกันต่ำกว่ามูลค่าที่ใช้พิจารณา

เมื่อเอาประกันต่ำกว่ามูลค่าตามฐานที่กรมธรรม์กำหนด เงื่อนไข Average อาจทำให้ผู้เอาประกันร่วมรับความเสียหายตามสัดส่วน แม้ความเสียหายครั้งนั้นไม่เกินทุนประกัน ต้องตรวจเกณฑ์เริ่มเฉลี่ยและสูตรจากฉบับจริง

คำถามที่ควรถาม: ฉบับนี้เริ่มเฉลี่ยเมื่อไร ใช้ฐานมูลค่าใด และคำนวณแยกทรัพย์สินแต่ละรายการหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
มูลค่าทดแทนใหม่ (Replacement cost / Reinstatement value)ต้นทุนซ่อม สร้าง หรือซื้อใหม่ให้เทียบเท่าของเดิมตามเงื่อนไขกรมธรรม์

มูลค่าทดแทนใหม่ (Replacement cost) คือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อซ่อม สร้างใหม่ หรือเปลี่ยนทรัพย์สินด้วยของใหม่ชนิดและคุณภาพเทียบเท่าเดิม เป็นฐานประเมินความเสียหาย ไม่ใช่คำรับรองว่าจะได้รับเงินเท่าราคาซื้อใหม่ทุกครั้ง

คำถามที่ควรถาม: ต้องซ่อมหรือซื้อทดแทนจริงภายในเมื่อไร และถ้ายังไม่ดำเนินการจะชดใช้บนฐานใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
หลักชดใช้ตามความเสียหาย (Indemnity)หลักของประกันวินาศภัยที่ชดเชยความเสียหายที่คุ้มครองตามฐานและขอบเขตที่ตกลง

หลักที่มุ่งชดเชยความเสียหายจากเหตุที่รับประกัน โดยต้องพิสูจน์รายการและมูลค่าความเสียหาย พร้อมใช้ฐานชดใช้ วงเงิน และเงื่อนไขตามสัญญา

คำถามที่ควรถาม: ค่าสินไหมฉบับนี้ใช้ฐานมูลค่าใด และต้องพิสูจน์รายการเสียหายด้วยหลักฐานอะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
มูลค่าทรัพย์สินหลังหักค่าเสื่อม (Actual cash value)ฐานประเมินที่ใช้มูลค่าทรัพย์สินใหม่เทียบเท่าหักค่าเสื่อม ณ เวลาเกิดเหตุ ตามข้อความกรมธรรม์

ฐานมูลค่าที่สะท้อนสภาพใช้งานเดิม โดยแบบที่อ้างอิงกำหนดเป็นมูลค่าของใหม่หักค่าเสื่อม ณ เวลาและสถานที่เกิดความเสียหาย ต้องตรวจว่ากรมธรรม์เลือกใช้ฐานนี้หรือไม่

คำถามที่ควรถาม: กรมธรรม์ใช้มูลค่าหลังหักค่าเสื่อมหรือฐานของใหม่ และค่าเสื่อมประเมินจากอะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การคงทุนประกันหลังเคลม (Reinstatement of sum insured)เงื่อนไขที่กำหนดว่าทุนประกันจะคงเดิมหรือเพิ่มกลับอย่างไรหลังจ่ายสินไหม

เมื่อบริษัทจ่ายสินไหมแล้ว ทุนหรือวงเงินบางส่วนอาจลดลงตามเงื่อนไข การคงทุนหรือเพิ่มทุนกลับต้องดูแนบท้ายว่าให้สิทธิอย่างไร มีเบี้ยเพิ่มหรือข้อกำหนดการแจ้งหรือไม่ ไม่ใช่สิทธิที่เหมือนกันทุกฉบับ

คำถามที่ควรถาม: หลังเคลมครั้งนี้ ทุนแต่ละรายการและวงเงินย่อยเหลือเท่าไร ต้องแจ้งหรือจ่ายเบี้ยเพิ่มหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)ส่วนมูลค่าที่ลดลงตามอายุและสภาพ ซึ่งอาจนำมาหักเมื่อกรมธรรม์ใช้ฐานมูลค่าที่มีค่าเสื่อม

ส่วนที่ใช้สะท้อนการเสื่อมของทรัพย์สินจากสภาพใหม่ในการประเมินมูลค่า โดยต้องตรวจฐานชดใช้และเหตุผลการประเมิน ไม่ใช้เปอร์เซ็นต์เดียวกับทุกทรัพย์สิน

คำถามที่ควรถาม: ค่าเสื่อมที่นำมาหักอ้างอายุ สภาพ หรือหลักฐานอะไร และกรมธรรม์กำหนดให้หักหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
มูลค่าตลาด (Market value)มูลค่าที่อิงการซื้อขายทรัพย์สินในตลาด ณ เวลาที่พิจารณา ซึ่งต้องแยกจากต้นทุนจัดหาใหม่

แนวคิดมูลค่าที่ทรัพย์สินอาจซื้อขายได้ในตลาด ณ เวลานั้น ใช้ข้อมูลตลาดของสิ่งที่เทียบเคียงกัน และไม่ได้เป็นฐานชดใช้ของทุกกรมธรรม์

คำถามที่ควรถาม: ตัวเลขนี้เป็นราคาซื้อขายในตลาดหรือค่าจัดหาของใหม่ และกรมธรรม์ระบุให้ใช้ฐานใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การเพิ่มเติมทรัพย์สิน (Capital additions)ข้อตกลงรองรับทรัพย์สินที่ต่อเติมหรือเพิ่มเข้ามาระหว่างปี ภายใต้วงเงินและการแจ้ง

การเพิ่มเติมทรัพย์สินคือข้อขยายรองรับการต่อเติม ปรับปรุง หรือเพิ่มทรัพย์สินระหว่างปีภายใต้วงเงินและการแจ้งที่กำหนด ต้องอ่านว่ารวมรายการใดและคิดเบี้ยเพิ่มอย่างไร เพราะชื่อ Additions แต่ละแบบอาจมีขอบเขตต่างกัน

คำถามที่ควรถาม: ซื้อเครื่องใหม่ระหว่างปี ต้องแจ้งเพิ่มทันทีหรือรอบใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
วงเงินสต็อกเพิ่มตามฤดูกาล (Seasonal stock increase)วงเงินสินค้าที่เพิ่มให้เฉพาะช่วงพีคหรือเทศกาลที่ระบุในกรมธรรม์

วงเงินสินค้าตามฤดูกาลคือวงเงินสต็อกที่เพิ่มให้เฉพาะช่วงขายสูงหรือเทศกาลตามกรมธรรม์ ต้องตรวจวันเริ่ม–สิ้นสุด อัตราเพิ่ม และทรัพย์สินที่นับรวม เพราะการเพิ่มใช้เฉพาะช่วงที่ตกลงไว้

คำถามที่ควรถาม: ก่อนขายช่วงเทศกาล วงเงินเพิ่มครอบคลุมวันที่เก็บของจริงหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
มูลค่างานตามสัญญา (Contract value)มูลค่างานเมื่อแล้วเสร็จที่ใช้ตรวจฐานทุนประกัน รวมองค์ประกอบตามกรมธรรม์ที่ตกลง

มูลค่างานตามสัญญาช่วยตั้งทุนประกันโครงการ ต้องตรวจว่ารวมวัสดุ ค่าแรง ของที่เจ้าของจัดหา และค่าใช้จ่ายที่แบบกำหนดครบหรือยัง ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดที่จ่ายผู้รับเหมาไปแล้ว

คำถามที่ควรถาม: ทุนประกันใช้มูลค่างานเสร็จทั้งหมด หรือมีของที่เจ้าของซื้อเองตกหล่นอยู่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าระวางขนส่ง (Freight)ค่าบริการที่เรียกเก็บสำหรับการรับขนสินค้า โดยต้องแยกจากค่าสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น

ค่าระวางขนส่งคือค่าบริการสำหรับการขนส่งสินค้า ซึ่งเอกสารอาจกำหนดให้จ่ายที่ต้นทางหรือปลายทาง การที่กิจการเป็นผู้จ่ายไม่ได้ยืนยันว่าค่าระวางรวมอยู่ในมูลค่าที่เอาประกันหรือเรียกคืนจากประกันได้ทุกกรณี

คำถามที่ควรถาม: ค่าระวางนี้ใครเป็นผู้จ่าย รวมในราคาสินค้าแล้วหรือยัง และบริษัทรับรวมในฐานประกันอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
มูลค่าที่ตกลงกันไว้ (Agreed value)มูลค่าที่คู่สัญญาตกลงใช้กับทรัพย์สินตามเงื่อนไขเฉพาะ ซึ่งต้องมีข้อตกลงรองรับชัดเจน

ฐานที่กำหนดมูลค่าทรัพย์สินไว้โดยตกลงกันเพื่อใช้ชดใช้ตามเงื่อนไขแบบกำหนดมูลค่า ต้องแยกจากการใส่จำนวนเงินเอาประกันภัยเป็นวงเงินเพียงอย่างเดียว

คำถามที่ควรถาม: มีข้อความตกลงมูลค่าชัดเจนหรือเป็นเพียงทุนประกัน และใช้กับความเสียหายกรณีใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การประกันภัยแบบวงเงินความเสียหายส่วนแรก (First-loss insurance)การตกลงรับความเสียหายช่วงแรกภายในวงเงินที่กำหนด ซึ่งต้องตรวจข้อตกลงเรื่องมูลค่าเต็มและการเฉลี่ย

รูปแบบที่รับประกันความเสียหายตามจริงภายในวงเงินช่วงแรกที่ตกลง แม้มูลค่าทรัพย์สินรวมสูงกว่า โดยต้องมีข้อความรองรับวิธีใช้วงเงินและเงื่อนไขประกันต่ำกว่ามูลค่า

คำถามที่ควรถาม: ระบุ First Loss ไว้จริงหรือไม่ และยกเว้นการเฉลี่ยจากประกันต่ำกว่ามูลค่าในขอบเขตใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขเพิ่มทุนตามอัตราที่กำหนด (Escalation clause)การเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันระหว่างปีตามอัตราและวิธีที่ตกลงไว้

เงื่อนไขเพิ่มทุนตามอัตราที่กำหนดคือข้อตกลงให้จำนวนเงินเอาประกันเพิ่มระหว่างปีตามอัตราและวิธีที่ระบุ เพื่อรองรับมูลค่าที่อาจสูงขึ้น ต้องตรวจฐานทุน วิธีเพิ่ม และหน้าที่แจ้งเมื่อต่ออายุ

คำถามที่ควรถาม: ทุนเพิ่ม 10% หมายถึงได้เพิ่มเต็มจำนวนตั้งแต่วันแรกหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การแจ้งมูลค่าสต็อกตามงวด (Stock declaration)การรายงานมูลค่าสินค้าตามวิธีและรอบที่กำหนดเพื่อใช้กับความคุ้มครองและปรับเบี้ย

การแจ้งมูลค่าสินค้าคือการรายงานมูลค่าสต็อกตามรอบและฐานราคาที่ตกลง เพื่อใช้กับความคุ้มครองและปรับเบี้ย ต้องตรวจทุนสูงสุดและผลของการแจ้งต่ำหรือขาดส่ง ยอดขายจึงใช้แทนมูลค่าสต็อกไม่ได้โดยอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถาม: ต้องรายงานยอดสต็อกใด และแจ้งช้าหรือแจ้งต่ำมีผลอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
มูลค่าสินค้าที่ใช้เอาประกันขนส่ง (Cargo Insured Value)มูลค่าสินค้าล็อตที่ตกลงใช้เป็นฐานเอาประกันภัยขนส่งตามเอกสารประกัน

มูลค่าสินค้าที่ใช้เอาประกันขนส่งคือมูลค่าที่ตกลงใช้สำหรับสินค้าที่รับประกันในเที่ยวหรือล็อตนั้น โดยต้องดูฐานมูลค่า องค์ประกอบ และสกุลเงินที่ระบุ ไม่ถือว่าราคาใบกำกับสินค้าหรือยอดวงเงินคือยอดจ่ายแน่นอน

คำถามที่ควรถาม: เอกสารใช้มูลค่าฐานใด รวมค่าใช้จ่ายอะไร และตรงกับเงื่อนไขซื้อขายหรือหนังสือเครดิตหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

การเคลมและชดใช้ 28 คำ

แจ้งเหตุ หลักฐาน ตรวจความเสียหาย และการพิจารณา

การแจ้งเหตุ (Notification of loss)การติดต่อบริษัทประกันเพื่อแจ้งว่าเกิดเหตุและขอเริ่มขั้นตอนเคลม

การแจ้งเหตุ (Notification of loss) คือการติดต่อบริษัทประกันตามช่องทางและเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อแจ้งความเสียหายและเริ่มขั้นตอนเคลม ควรเก็บวันเวลาและเลขรับแจ้งไว้ การรับแจ้งยังไม่ใช่การยืนยันความคุ้มครองหรือยอดจ่าย

คำถามที่ควรถาม: ต้องแจ้งใคร ใช้ข้อมูลอะไร และจะเก็บเลขรับแจ้งไว้ที่ไหนให้หาเจอ

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
หลักฐานประกอบการเคลม (Claim evidence)รูปถ่ายและเอกสารที่ช่วยอธิบายว่าเกิดอะไร ของชิ้นไหนเสีย และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

หลักฐานประกอบการเคลม (Claim evidence) คือข้อมูลที่ช่วยแสดงว่าเกิดอะไร ทรัพย์สินใดเสียหาย และมีจำนวนหรือค่าใช้จ่ายเท่าไร เช่น รูปถ่าย รายการสต็อก ใบซื้อ และใบซ่อม เริ่มจากข้อมูลที่มีและถามว่าต้องเพิ่มเอกสารใด

คำถามที่ควรถาม: รูปและใบเสร็จแต่ละรายการตรงกับของที่เสียหายชิ้นไหน ยังขาดเอกสารอะไรบ้าง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (Claim)การขอให้บริษัทพิจารณาชดใช้ความเสียหายตามกรมธรรม์

เมื่อทรัพย์สินเสียหาย การเคลมคือการเสนอข้อเท็จจริงและจำนวนที่เรียกร้องให้บริษัทตรวจตามความคุ้มครอง เงื่อนไข และหลักฐาน การมีเลขเคลมยังไม่ใช่ผลอนุมัติจ่าย

คำถามที่ควรถาม: แจ้งเคลมแล้ว ต้องทำอะไรต่อเพื่อให้บริษัทพิจารณาได้

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
แบบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (Claim form)แบบฟอร์มรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ ทรัพย์สิน และจำนวนที่ขอให้พิจารณา

แบบเรียกร้องช่วยให้บริษัทได้รับข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน ต้องกรอกตามจริง แนบหลักฐาน และชี้แจงส่วนที่ยังไม่ทราบ การส่งแบบฟอร์มไม่ได้รับรองว่าทุกรายการจะได้รับชดใช้

คำถามที่ควรถาม: ช่องสาเหตุหรือยอดเรียกร้องยังไม่ชัด ควรกรอกอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
หน้าที่หลังเกิดความเสียหาย (Duties after loss)สิ่งที่ผู้เอาประกันภัยต้องทำหลังเกิดเหตุ ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

หลังเกิดความเสียหายอาจมีหน้าที่บรรเทาเหตุ แจ้งบริษัท เก็บทรัพย์สินให้ตรวจ และส่งเอกสารภายในกำหนด ต้องอ่านเงื่อนไขของฉบับที่ใช้อยู่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยก่อน

คำถามที่ควรถาม: หลังเกิดเหตุ มีหน้าที่อะไรที่ควรตรวจจากกรมธรรม์ทันที

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การบรรเทาความเสียหาย (Mitigation)การทำสิ่งที่เหมาะสมและปลอดภัยเพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลาม

การบรรเทาความเสียหาย (Mitigation) คือการทำสิ่งที่เหมาะสมและปลอดภัยเพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลาม เช่น ย้ายสินค้าที่ยังแห้งออกจากจุดรั่วหรือให้ช่างหยุดน้ำ หน้าที่ลดความเสียหายไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเบิกได้โดยอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถาม: ควรลงมือช่วยทรัพย์สินอย่างไร และต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายอะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าซ่อมแซม (Repair cost)ค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมส่วนเสียหายให้กลับใช้งานได้ตามขอบเขตที่พิจารณา

ค่าซ่อม (Repair cost) คือค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมส่วนเสียหายให้กลับใช้งานได้ตามขอบเขตที่พิจารณา ใบเสนอราคาเป็นหลักฐานประกอบยอดเรียกร้อง ต้องแยกงานจากเหตุออกจากงานบำรุงรักษาหรือปรับปรุง และตรวจขอบเขตที่บริษัทตกลง

คำถามที่ควรถาม: ใบเสนอราคาช่างต้องแยกอะไรบ้างจึงตรวจยอดได้

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การตกลงชดใช้ค่าสินไหม (Settlement)การตกลงวิธีและจำนวนชดใช้ตามความเสียหายกับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

การตกลงชดใช้ค่าสินไหม (Settlement) คือการตกลงวิธีและจำนวนชดใช้ตามความเสียหายกับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง อาจเป็นเงิน ซ่อม หรือจัดหาของทดแทนตามสัญญา ต้องรู้ว่ายอดเสนอรวมรายการใด หักอะไร และยุติข้อเรียกร้องส่วนใด

คำถามที่ควรถาม: ยอดที่เสนอเป็นยอดก่อนหักหรือสุทธิ และครอบคลุมรายการใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การเรียกร้องค่าสินไหมโดยฉ้อฉล (Fraudulent claim)การใช้ข้อความ หลักฐาน หรือวิธีการอันเป็นเท็จโดยเจตนาเพื่อให้ได้ประโยชน์จากเคลม

การทุจริตในการเคลม (Fraud) คือการใช้ข้อความ หลักฐาน หรือวิธีการอันเป็นเท็จโดยเจตนาเพื่อให้ได้ประโยชน์จากเคลม เช่น เพิ่มของที่ไม่ได้เสียหายหรือใช้ใบเสร็จปลอม ต้องแยกจากข้อมูลผิดที่ควรแก้ไข และอ่านผลตามกรมธรรม์จริง

คำถามที่ควรถาม: ถ้าพบตัวเลขผิดในเอกสารที่ส่งแล้ว ควรจัดการอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การจ่ายค่าสินไหมบางส่วนก่อน (Payment on account)การตกลงจ่ายสินไหมบางส่วนระหว่างดำเนินเรื่อง แล้วนำไปหักจากยอดรวม

หากเคลมยังไม่เสร็จ กรมธรรม์หรือข้อตกลงอาจเปิดทางให้พิจารณาจ่ายบางส่วนก่อน โดยต้องเป็นไปตามความคุ้มครอง หลักฐาน และการตกลงกับบริษัท เงินส่วนนี้นับรวมอยู่ในสินไหม ไม่ใช่เงินเพิ่มเติมนอกวงเงิน

คำถามที่ควรถาม: ขอพิจารณาจ่ายส่วนที่มีหลักฐานครบก่อนได้หรือไม่ และเอกสารรับเงินมีเงื่อนไขอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผู้ประเมินวินาศภัย (Loss adjuster)ผู้ตรวจข้อเท็จจริงและประเมินความเสียหายเพื่อทำรายงานประกอบการพิจารณาสินไหม

ผู้ประเมินวินาศภัยช่วยตรวจเหตุ ความเสียหาย และมูลค่า รายงานของเขาใช้ประกอบการพิจารณา ต้องตรวจว่าได้รับมอบหมายจากใครและมีขอบเขตงานใด ไม่ถือว่ามีอำนาจอนุมัติจ่ายทุกเรื่อง

คำถามที่ควรถาม: คนที่มาตรวจเป็นใคร และคำพูดของเขาผูกพันผลเคลมแค่ไหน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผู้สำรวจภัย (Surveyor)ผู้เข้าสำรวจสภาพและเก็บข้อมูลตามงานที่ได้รับมอบหมาย

ในงานเคลม ผู้สำรวจภัยอาจตรวจสถานที่ ถ่ายภาพ และบันทึกรายการเสียหายเพื่อส่งพิจารณา ส่วนงานก่อนรับประกันก็อาจใช้คำนี้ ต้องถามขอบเขตงานและอำนาจของผู้ที่มาติดต่อ

คำถามที่ควรถาม: นัดสำรวจแล้วควรเตรียมอะไร และต้องยืนยันอะไรกับบริษัท

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ซากทรัพย์สินและมูลค่าซาก (Salvage)ทรัพย์สินที่เสียหายแต่ยังเหลือให้ตรวจ ใช้ต่อ หรือขายได้บางส่วน

ของเสียหายอาจยังมีมูลค่าหรือเป็นหลักฐาน ต้องตรวจเงื่อนไขเรื่องการเก็บ ส่งมอบ หรือขายซาก และตกลงวิธีคิดมูลค่าซากกับบริษัทก่อนดำเนินการ

คำถามที่ควรถาม: ของเสียหายขายทิ้งได้เลยหรือไม่ และค่าซากกระทบยอดอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การรับช่วงสิทธิ (Subrogation)การที่บริษัทเข้าดำเนินสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้ต้องรับผิดตามขอบเขตที่เกี่ยวข้อง

เมื่อมีบุคคลอื่นอาจต้องรับผิด บริษัทอาจดำเนินการรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัย จึงต้องรักษาหลักฐานและตรวจผลของเอกสารยอมความหรือสละสิทธิก่อนลงชื่อ

คำถามที่ควรถาม: ถ้าผู้รับเหมาทำให้เกิดไฟไหม้ ควรเก็บสิทธิเรียกร้องอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การประกันภัยอื่น (Other insurance)ข้อมูลกรมธรรม์อื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือความเสียหายเดียวกัน

เป็นเรื่องค้นหาและเปิดเผยประกันที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พิจารณาความคุ้มครองและการชดใช้ร่วมกัน ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าทุกฉบับต้องหารจ่ายตามทุน

คำถามที่ควรถาม: ต้องแจ้งกรมธรรม์ธนาคาร เจ้าของอาคาร หรือฉบับเดิมด้วยหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความเสียหายบางส่วน (Partial loss)ความเสียหายที่ยังพิจารณาซ่อมหรือคืนสภาพส่วนที่เสียหายได้

ความเสียหายบางส่วน (Partial loss) คือความเสียหายที่ยังพิจารณาซ่อมหรือคืนสภาพส่วนที่เสียหายได้ ใช้แยกจากความเสียหายสิ้นเชิงในการประเมินทรัพย์สิน แต่ตัวคำไม่ได้กำหนดว่าจะจ่ายค่าซ่อมเท่าไร ต้องดูวิธีชดใช้และเกณฑ์ของกรมธรรม์นั้น

คำถามที่ควรถาม: เสียเพียงบางส่วน ทำไมยังต้องประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งรายการ

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความเสียหายสิ้นเชิง (Total loss)สภาพสูญเสียทั้งหมดหรือเสียหายจนเข้าเกณฑ์สิ้นเชิงของกรมธรรม์ที่ใช้

ความเสียหายสิ้นเชิง (Total loss) คือสภาพสูญเสียทั้งหมดหรือเสียหายจนเข้าเกณฑ์สิ้นเชิงของกรมธรรม์ที่ใช้ บางแบบอาจพิจารณาการซ่อมไม่คุ้มด้วย จึงต้องอ่านเกณฑ์เฉพาะ ไม่ถือว่าจะได้เงินเท่าทุนประกันโดยไม่มีเงื่อนไข

คำถามที่ควรถาม: ซ่อมไม่คุ้มแล้วจะถือเป็นเสียหายสิ้นเชิงหรือได้เงินเต็มทุนเลยหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
หนังสือตกลงรับค่าสินไหมและยุติข้อเรียกร้อง (Discharge voucher)เอกสารบันทึกการรับเงินหรือยอมรับยอด พร้อมขอบเขตยุติข้อเรียกร้องที่ต้องอ่านให้ชัด

ชื่อแบบฟอร์มและผลของเอกสารต่างกัน บางฉบับเป็นหลักฐานรับเงิน บางฉบับรวมข้อตกลงยุติเคลม ต้องอ่านข้อความจริงและรายการที่ครอบคลุมก่อนลงชื่อ

คำถามที่ควรถาม: ลงชื่อรับเงินแล้ว ข้อเรียกร้องที่ยังประเมินไม่เสร็จจะเป็นอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าวิชาชีพในการซ่อมหรือสร้างทดแทน (Professional fees)ค่าออกแบบ ประเมิน และควบคุมงานฟื้นฟูทรัพย์สินตามขอบเขตที่ขยายไว้

ค่าวิชาชีพคือค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมิน ออกแบบ หรือควบคุมงานซ่อมและสร้างทดแทนทรัพย์สินที่เสียหาย การคุ้มครองต้องดูประเภทงาน วงเงิน และข้อยกเว้นค่าเตรียมเคลม

คำถามที่ควรถาม: ค่าจ้างวิศวกรส่วนใดเป็นงานซ่อม และส่วนใดเป็นงานเตรียมเคลม

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายเร่งซ่อมหรือเร่งทดแทน (Expediting expenses)ค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อเร่งงานซ่อมหรือจัดหาของทดแทนหลังเหตุที่เข้าเงื่อนไข

ค่าใช้จ่ายเร่งงานคือต้นทุนที่เพิ่มเพื่อให้ซ่อมหรือจัดหาทรัพย์สินทดแทนได้เร็วขึ้น เช่น ค่าขนส่งด่วนหรืองานล่วงเวลา ต้องตรวจเหตุที่คุ้มครอง ความเห็นชอบก่อนใช้ และวงเงินของข้อขยาย

คำถามที่ควรถาม: ค่าขนอะไหล่ด่วนต้องขออนุมัติก่อนหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายในการดับเพลิง (Firefighting expenses)ค่าใช้จ่ายดับหรือหยุดการลุกลามของเพลิงตามประเภทและขอบเขตที่กรมธรรม์ระบุ

ค่าใช้จ่ายในการดับเพลิงคือค่าแรง อุปกรณ์ วัสดุ หรือค่าใช้จ่ายระงับและป้องกันการลุกลามของไฟตามขอบเขตที่กรมธรรม์ระบุ ต้องแยกรายการและตรวจว่ารวมค่าเติมสารหรือค่าบริการใดไว้ด้วย

คำถามที่ควรถาม: ค่าแรง อุปกรณ์ และค่าบริการดับเพลิง เบิกจากข้อใดบ้าง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายป้องกันชั่วคราวหลังเหตุ (Temporary protection costs)ค่าใช้จ่ายจำเป็นเพื่อปกป้องทรัพย์สินที่เสียหายระหว่างรอซ่อมหรือทดแทน

ค่าใช้จ่ายป้องกันชั่วคราวคือค่าปิดกั้นหรือจัดสิ่งป้องกันทรัพย์สินระหว่างรอซ่อมหรือทดแทนหลังความเสียหาย เช่น ปิดช่องอาคารที่เสียหาย การเบิกต้องมีข้อขยายและเข้าเงื่อนไขเหตุ ความจำเป็น และวงเงิน

คำถามที่ควรถาม: ค่าปิดหลังคาหรือหน้าร้านชั่วคราวอยู่ในความคุ้มครองใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การร่วมเฉลี่ยค่าสินไหมระหว่างผู้รับประกันภัย (Contribution)การแบ่งภาระสินไหมระหว่างบริษัทเมื่อกรมธรรม์หลายฉบับคุ้มครองความเสียหายเดียวกัน

การร่วมเฉลี่ยชดใช้ (Contribution) คือการแบ่งภาระสินไหมระหว่างบริษัทเมื่อกรมธรรม์หลายฉบับคุ้มครองความเสียหายเดียวกัน ต้องตรวจว่าทรัพย์สิน ส่วนได้เสีย ภัย และความรับผิดซ้อนกันจริง และใช้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่รับเงินเกินความเสียหายเพราะมีหลายฉบับ

คำถามที่ควรถาม: หลายบริษัทคุ้มครองของชิ้นเดียวกัน จะแบ่งจ่ายกันอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ส่วนที่ทำให้ทรัพย์สินดีขึ้นกว่าเดิม (Betterment)ส่วนของงานซ่อมหรือทดแทนที่เพิ่มคุณภาพหรือความสามารถเกินฐานที่ใช้ชดใช้

ส่วนปรับปรุงให้ดีขึ้น (Betterment) คือส่วนของงานซ่อมหรือทดแทนที่เพิ่มคุณภาพหรือความสามารถเกินฐานที่ใช้ชดใช้ ต้องแยกจากค่าเสื่อมและงานคืนสภาพ การเปลี่ยนชิ้นใหม่ไม่ได้เป็น Betterment ทุกกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีฐานมูลค่าทดแทนใหม่

คำถามที่ควรถาม: ของรุ่นเดิมเลิกผลิต ต้องเพิ่มเงินเองทั้งหมดหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงินสำรองค่าสินไหมทดแทน (Claim reserve)ประมาณการภาระสินไหมที่บริษัทยังต้องเตรียมรองรับ

เป็นตัวเลขประมาณการเพื่อบันทึกและจัดการภาระสินไหม อาจปรับเมื่อมีข้อมูลเพิ่ม ไม่ใช่ยอดอนุมัติจ่าย ไม่ใช่เงินที่โอนแล้ว และไม่เป็นการรับรองความคุ้มครองของเคลมรายหนึ่งด้วยตัวมันเอง

คำถามที่ควรถาม: ได้ยินว่าบริษัทตั้งสำรองแล้ว หมายถึงตกลงจ่ายแล้วหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การจ่ายโดยความอนุเคราะห์ (Ex gratia payment)การจ่ายที่บริษัทพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษโดยความอนุเคราะห์

คำนี้ใช้กับการจ่ายโดยสมัครใจตามดุลพินิจ ไม่ใช่สิทธิเรียกร้องเพิ่มจากกรมธรรม์ และไม่รับรองว่าจะได้รับทุกครั้ง ต้องแยกจากสินไหมที่จ่ายเพราะรับผิดตามความคุ้มครอง

คำถามที่ควรถาม: ถ้าเสนอเงินช่วยเหลือพิเศษ ควรถามฐานและเงื่อนไขอะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ (Arbitration)การเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาและชี้ขาดตามข้อตกลงกับกติกาที่ใช้

เป็นช่องทางระงับข้อพิพาทต่างจากการร้องเรียนหรือขอทบทวน ต้องตรวจข้อกรมธรรม์ ระเบียบ หน่วยงานที่รับเรื่อง และผลต่อสิทธิในกรณีจริง ไม่ใช้กำหนดเวลาจากคำศัพท์นี้แทนข้อกฎหมาย

คำถามที่ควรถาม: คุยยอดไม่ลงตัวแล้วใช้อนุญาโตตุลาการได้อย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าเติมสารดับเพลิงหลังใช้งาน (Fire extinguishing equipment refill)ค่าเติมสารหรือจัดอุปกรณ์ดับเพลิงกลับพร้อมใช้หลังถูกปล่อยใช้งาน ตามข้อคุ้มครองเฉพาะ

ค่าเติมอุปกรณ์ดับเพลิงคือค่าเติมสารหรือทำให้อุปกรณ์พร้อมใช้อีกครั้งหลังปล่อยใช้งานตามเหตุที่ข้อคุ้มครองกำหนด ต้องตรวจข้อจำกัดการทดสอบ วงเงิน และเงื่อนไขการเปลี่ยนอุปกรณ์แทนเติม

คำถามที่ควรถาม: ถังไม่เสียแต่ใช้สารหมดแล้ว มีข้อเติมสารคุ้มครองไว้หรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจหยุดชะงัก 28 คำ

ผลกระทบต่อรายได้ ค่าใช้จ่าย และช่วงเวลาฟื้นตัว

เงื่อนไขให้มีประกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Material damage proviso)เงื่อนไขที่เชื่อมสิทธิเรียกร้อง BI กับความเสียหายต่อทรัพย์สินที่มีประกันรองรับ

เงื่อนไขความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Material damage proviso) คือเงื่อนไขที่เชื่อมการเรียกร้อง BI กับความเสียหายต่อทรัพย์สินที่มีประกันรองรับ ใน BI แบบนี้ต้องตรวจเหตุเสียหายและการรับผิดของประกันทรัพย์สินก่อนคำนวณผลขาดรายได้

คำถามที่ควรถาม: ประกันทรัพย์สินไม่จ่ายเพราะต่ำกว่าค่าเสียหายส่วนแรก จะทำให้ BI ไม่จ่ายด้วยเสมอหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
กำไรขั้นต้นตามกรมธรรม์ BI (Gross profit (insurance basis))ฐานกำไรตามคำจำกัดความประกันภัย ซึ่งอาจต่างจากกำไรขั้นต้นในงบบัญชี

กำไรขั้นต้นตามนิยามประกันภัย (Gross profit) คือฐานกำไรที่ BI กำหนดให้คำนวณตามแบบและรายการค่าใช้จ่ายที่เลือก อาจต่างจากกำไรขั้นต้นในงบบัญชี จึงไม่ควรนำตัวเลขทางบัญชีมาใช้ตรง ๆ โดยไม่เทียบนิยาม

คำถามที่ควรถาม: ตัวเลขกำไรขั้นต้นในงบบัญชีใช้เป็นทุน BI ได้เลยหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ยอดรายได้ตามกรมธรรม์ BI (Turnover)ยอดเงินจากสินค้าที่ขายและส่งมอบหรือบริการตามนิยามที่ใช้คำนวณ BI

ยอดรายได้ตามนิยาม BI (Turnover) คือยอดเงินจากสินค้าที่ขายและส่งมอบหรือบริการตามนิยามในกรมธรรม์ ใช้เป็นฐานวัดผลกระทบต่อธุรกิจ ต้องแยกจากเงินสดเข้าบัญชีหรือยอดผลิต และตรวจเกณฑ์ของฉบับที่ใช้

คำถามที่ควรถาม: ยอดเงินเข้าบัญชีธนาคารคือยอดรายได้สำหรับ BI ทั้งหมดหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ยอดรายได้มาตรฐาน (Standard turnover)ยอดรายได้ของช่วงอ้างอิงที่สัมพันธ์กับช่วงรับผลกระทบ เพื่อใช้เทียบยอดที่เกิดจริง

ยอดรายได้มาตรฐานช่วยประมาณว่าธุรกิจควรมีรายได้เท่าใดในช่วงที่ได้รับผลกระทบ โดยเริ่มจากช่วงเทียบตามกรมธรรม์และปรับแนวโน้มที่มีหลักฐาน

คำถามที่ควรถาม: ควรเทียบยอดขายช่วงเกิดเหตุกับเดือนก่อนหน้าหรือช่วงเดียวกันของปีก่อน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
อัตรากำไรขั้นต้นตามกรมธรรม์ BI (Rate of gross profit)สัดส่วนกำไรขั้นต้นตามนิยามประกันต่อยอดรายได้ที่ใช้แปลงยอดขาดรายได้เป็นผลสูญเสียกำไร

อัตรากำไรขั้นต้นตามนิยามประกันภัย (Rate of gross profit) คือสัดส่วนกำไรประกันต่อยอดรายได้ที่ใช้แปลงยอดขาดรายได้เป็นผลสูญเสียกำไร ต้องใช้ฐานและช่วงอ้างอิงตามกรมธรรม์พร้อมการปรับที่จำเป็น ไม่จำเป็นต้องเท่ากับอัตราทางบัญชี

คำถามที่ควรถาม: ยอดขายหายหนึ่งแสนบาท ต้องใช้กำไรอัตราใดในการคำนวณ BI

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การลดลงของยอดรายได้ (Reduction in turnover)ส่วนต่างรายได้ที่เกิดจากความเสียหายเมื่อเทียบกับฐานที่ควรได้รับในช่วงเดียวกัน

การลดลงของยอดรายได้ใน BI ต้องสัมพันธ์กับความเสียหายที่เข้าเงื่อนไข และเปรียบเทียบกับยอดรายได้มาตรฐานที่ปรับอย่างเหมาะสม ไม่ใช่รับรองชดเชยยอดขายที่ลดทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: ร้านยังขายได้บางส่วนหลังเกิดเหตุ ต้องนำรายได้นั้นมาคิดอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น (Increased cost of working)ค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อรักษารายได้หรือลดการขาดรายได้ โดยต้องผ่านเงื่อนไขและเพดานตามกรมธรรม์

ICOW เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มที่พิจารณาตามวัตถุประสงค์ ความจำเป็น และความสมควร โดยในแบบกำไรขั้นต้นที่อ้างอิงมีเพดานผูกกับกำไรขั้นต้นจากรายได้ที่รักษาไว้ได้

คำถามที่ควรถาม: ค่าเช่าสถานที่ชั่วคราวเพื่อให้ร้านเปิดต่อ เคลมได้เต็มจำนวนหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ไม่เอาประกันภัย (Uninsured working expenses)รายการค่าใช้จ่ายที่หักออกเมื่อหาฐานกำไรประกันตามแบบที่เลือก

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ไม่เอาประกันภัย (Uninsured working expenses) คือรายการที่หักออกเมื่อหาฐานกำไรประกันตามแบบที่เลือก ต้องตรวจรายการและวิธีหักในกรมธรรม์ เพราะมีผลต่อฐานกำไรและการพิจารณาค่าใช้จ่ายเพิ่มในบางแบบ

คำถามที่ควรถาม: ค่าใช้จ่ายใดต้องหักออกจากยอดรายได้เมื่อคำนวณกำไร BI

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ (Savings)ค่าใช้จ่ายที่อยู่ในฐานประกันแต่หยุดหรือลดลงจากความเสียหาย ซึ่งต้องนำมาคำนึงในการคำนวณ

ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ (Savings) คือค่าใช้จ่ายในฐานประกันที่หยุดหรือลดลงเพราะความเสียหาย และต้องนำมาคำนึงในการคำนวณ BI ต้องตรวจว่ารายการนั้นอยู่ในฐานกำไรที่เอาประกันและลดลงเพราะเหตุที่เกี่ยวข้องจริง

คำถามที่ควรถาม: ผู้ให้เช่าลดค่าเช่าช่วงร้านหยุด ต้องแจ้งในการเคลม BI หรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การปรับตามแนวโน้มของธุรกิจ (Trend adjustment)การปรับข้อมูลอ้างอิงให้ใกล้ผลที่กิจการน่าจะได้รับหากไม่มีความเสียหาย

การปรับแนวโน้มต้องมีเหตุผลและหลักฐานเกี่ยวกับธุรกิจ โดยอาจเปลี่ยนทั้งยอดรายได้มาตรฐานและอัตรากำไร มิใช่บวกอัตราเติบโตที่เจ้าของคาดหวังอย่างเดียว

คำถามที่ควรถาม: ยอดขายปีนี้โตจากปีก่อน จะสะท้อนในการคำนวณ BI อย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาที่ไม่คุ้มครองหลังเกิดความเสียหาย (Waiting period / Time excess)ช่วงเวลาหลังความเสียหายที่ผู้เอาประกันรับไว้เองตามข้อความและวิธีนับที่กำหนด

ระยะเวลาที่ผู้เอาประกันรับไว้เอง (Waiting period) คือช่วงเวลาหลังความเสียหายที่ต้องรับผลกระทบเองตามจุดเริ่มและวิธีนับในกรมธรรม์ BI คำว่า Time excess อาจใช้ค้นหาเรื่องเดียวกัน แต่ไม่ได้ยืนยันว่าวิธีหักเหมือนกันทุกฉบับ

คำถามที่ควรถาม: ตารางระบุไม่คุ้มครองกี่ชั่วโมง ต้องเริ่มนับจากเวลาใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันธุรกิจหยุดชะงัก (Business interruption / BI)ความคุ้มครองความเสียหายทางการเงินเมื่อธุรกิจหยุดชะงัก ตามเงื่อนไขที่ซื้อไว้

ประกันธุรกิจหยุดชะงัก (Business interruption หรือ BI) คือความคุ้มครองผลกระทบทางการเงินจากการหยุดหรือสะดุดของธุรกิจตามเหตุและฐานคำนวณที่สัญญากำหนด ไม่ใช่การจ่ายยอดขายที่หายไปทั้งหมดหรือคุ้มครองการหยุดงานทุกสาเหตุ

คำถามที่ควรถาม: หากโรงงานต้องหยุดหลังเกิดเหตุ ประกันนี้คุ้มครองกรณีใดและต้องใช้ข้อมูลอะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาชดใช้ค่าสินไหม (Indemnity period)ช่วงเวลาที่ประกัน BI ใช้พิจารณาความเสียหายทางการเงิน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ระยะเวลาชดใช้ค่าสินไหม (Indemnity period) คือช่วงที่กรมธรรม์ BI ใช้พิจารณาผลกระทบต่อธุรกิจ โดยเริ่ม สิ้นสุด และมีระยะสูงสุดตามถ้อยคำ ไม่ใช่ระยะเวลาที่บริษัทใช้ดำเนินการจ่ายเงิน และอาจต่างจากระยะเอาประกันภัย

คำถามที่ควรถาม: ถ้าต้องรออะไหล่ ทดสอบเครื่อง และกลับมาส่งสินค้า ระยะเวลาที่เลือกไว้พอหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการที่เพิ่มขึ้นส่วนเกิน (Additional increased cost of working)ส่วนขยายสำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกินกว่าส่วนที่พิจารณาได้ภายใต้ ICOW พื้นฐาน

AICOW ต้องมีข้อตกลงขยายความคุ้มครอง โดยอ่านค่าใช้จ่ายที่ยอมรับ วัตถุประสงค์ วงเงิน และระยะเวลาตามข้อความเฉพาะ ไม่ใช่สิทธิจากการซื้อ BI โดยอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถาม: ถ้าค่าใช้จ่ายรักษาธุรกิจสูงกว่าที่ ICOW ปกติจ่ายได้ ยังมีส่วนขยายให้ตรวจหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายคงที่ของกิจการ (Standing charges)ค่าใช้จ่ายประจำที่เลือกนำมาอยู่ในฐาน BI ตามรายการและวิธีคำนวณของกรมธรรม์

ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่า อาจนำมารวมในฐานกำไรหรือซื้อบนฐานค่าใช้จ่ายคงที่ตามแบบที่เลือก แต่การยังต้องจ่ายบิลไม่ได้ยืนยันว่าชดใช้ได้ทุกบิล

คำถามที่ควรถาม: ร้านขาดทุนอยู่แล้ว ยังควรตรวจความคุ้มครองค่าใช้จ่ายคงที่อย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความคุ้มครองค่าจ้างระหว่างธุรกิจหยุดชะงัก (Payroll cover)การนำค่าจ้างมาอยู่ในฐานความคุ้มครอง BI ตามรายการและเงื่อนไขที่ตกลง

ค่าจ้างอาจเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เอาประกันหรือฐานกำไร BI ต้องตรวจว่ารวมคนและค่าใช้จ่ายส่วนใด ระยะเวลาใด และมีการหักค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้อย่างไร

คำถามที่ควรถาม: จ่ายเงินเดือนพนักงานต่อระหว่างร้านปิดแล้ว เบิก BI ได้ทั้งหมดหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ส่วนขยายการไม่สามารถเข้าออกสถานที่ (Denial / Prevention of access extension)ส่วนขยาย BI เมื่อเหตุที่กำหนดทำให้เข้าออกสถานที่เอาประกันภัยไม่ได้ แม้สถานที่ของตนไม่เสียหาย

การเข้าออกไม่ได้จะอยู่ในความคุ้มครองต่อเมื่อมีส่วนขยายและตรงเหตุ ระยะทาง ระยะเวลา และข้อจำกัดที่ตกลง คำสั่งปิดหรือถนนปิดเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันสิทธิ

คำถามที่ควรถาม: ร้านไม่เสียหาย แต่ทางเข้าถูกปิดเพราะเหตุใกล้เคียง ต้องตรวจส่วนขยายใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ส่วนขยายความเสียหายที่ระบบสาธารณูปโภค (Public utilities extension)ส่วนขยาย BI สำหรับผลกระทบจากความเสียหายที่สถานที่ระบบสาธารณูปโภคตามที่กำหนด

ไฟหรือน้ำหยุดจ่ายไม่ได้อยู่ใน BI ทุกกรณี ต้องตรวจว่ามีส่วนขยายใด สถานที่หรือระบบใด และภัยใดเป็นเงื่อนไขเริ่มความคุ้มครอง

คำถามที่ควรถาม: ไฟดับจากภายนอกจนผลิตไม่ได้ ต่างจากไฟดับในโรงงานอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ส่วนขยายความเสียหายที่ผู้จัดหาหรือลูกค้า (Suppliers’ / Customers’ extension)ส่วนขยาย BI เมื่อความเสียหายที่สถานที่ของคู่ค้าตามเงื่อนไขส่งผลต่อกิจการที่เอาประกัน

ส่วนขยายคู่ค้าต้องตรวจนิยามลูกค้า ผู้จัดหา สถานที่ ประเทศ ภัย และแบบระบุชื่อหรือไม่ระบุชื่อ ไม่ครอบคลุมทุกเหตุขาดวัตถุดิบหรือยอดสั่งซื้อลดลง

คำถามที่ควรถาม: โรงงานผู้ขายวัตถุดิบเกิดไฟไหม้จนร้านเราผลิตไม่ได้ ต้องมีข้อมูลอะไรในกรมธรรม์

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การค้าหรือให้บริการในสถานที่อื่น (Alternative trading)ยอดขายหรือบริการที่ทำจากที่อื่นเพื่อประโยชน์ของกิจการ ซึ่งต้องนำมาคิดในการวัดผลสูญเสีย

การย้ายงานหรือให้ผู้อื่นทำแทนอาจรักษารายได้ไว้ได้ เงื่อนไขการค้าในสถานที่อื่นกำหนดวิธีนำรายได้นั้นมารวม ไม่ใช่ความคุ้มครองทรัพย์สินของสถานที่ใหม่โดยอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถาม: ย้ายไปขายที่ร้านเพื่อนชั่วคราว รายได้นั้นต้องแสดงในการเคลม BI หรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การสูญเสียรายได้ค่าเช่า (Loss of rent)รายได้ค่าเช่าที่หายไปเมื่อทรัพย์สินใช้เช่าไม่ได้จากเหตุที่อยู่ในความคุ้มครอง

การสูญเสียรายได้ค่าเช่าคือค่าเช่าที่เจ้าของขาดรับเมื่อทรัพย์สินใช้เช่าไม่ได้จากเหตุที่เข้าเงื่อนไข ต้องมีความคุ้มครองนี้และตรวจสัญญาเช่า ช่วงใช้งานไม่ได้ ระยะเวลาสูงสุดกับวงเงิน

คำถามที่ควรถาม: ค่าเช่าที่ไม่ได้รับกับค่าที่พักที่จ่ายใหม่ อยู่ในข้อเดียวกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขการทำธุรกิจแยกฝ่าย (Departmental clause)การคำนวณผลสูญเสียแยกส่วนธุรกิจเมื่อแต่ละฝ่ายมีผลประกอบการที่แยกตรวจได้

เงื่อนไขแยกฝ่ายช่วยให้ใช้ข้อมูลของส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ต้องมีผลประกอบการแยกชัดเจนและยังต้องตรวจการประกันต่ำกว่าฐานของทุกฝ่ายตามข้อความ

คำถามที่ควรถาม: ร้านมีทั้งขายสินค้าและบริการซ่อม ซึ่งกำไรต่างกัน ควรใช้ข้อมูลเดียวกันทั้งร้านหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การประกัน BI แบบผูกกับการแจ้งฐานประมาณการ (Declaration-linked basis)รูปแบบที่พบในกรมธรรม์ต่างประเทศ ซึ่งผูกความคุ้มครองและการปรับเบี้ยกับการแจ้งฐานตามที่กำหนด

Declaration-linked ต้องอ่านหน้าที่แจ้งประมาณการและยอดจริง ตลอดจนวงเงินและเงื่อนไขเฉพาะ ตัวอย่างที่อ้างอิงเป็นกรมธรรม์สหราชอาณาจักร มิใช่ข้อกำหนดกลางของ BI ในไทย

คำถามที่ควรถาม: เห็นคำว่า Declaration-linked ในข้อเสนอ ต้องตรวจอะไรเพิ่มก่อนเลือก

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความคุ้มครองการเริ่มดำเนินธุรกิจล่าช้า (Delay in Start-up (DSU))ความคุ้มครองผลขาดรายได้หรือกำไรจากโครงการเปิดดำเนินงานช้าเพราะความเสียหายที่เข้าเงื่อนไข

DSU มุ่งความสูญเสียทางการเงินก่อนโครงการเริ่มทำธุรกิจตามแผน โดยต้องมีความคุ้มครองนี้และเข้าเหตุที่กำหนด ไม่ใช่ประกันความล่าช้าจากทุกสาเหตุ

คำถามที่ควรถาม: ถ้าเครื่องที่กำลังติดตั้งเสียหายจนเปิดธุรกิจช้า มีความคุ้มครองผลทางรายได้แยกไว้หรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยการสูญเสียกำไรจากเครื่องจักรเสียหาย (Machinery Loss of Profits (MLOP))ความคุ้มครองผลทางกำไรของกิจการเมื่อเครื่องจักรเสียหายจากเหตุที่เข้าเงื่อนไขเฉพาะ

MLOP แยกผลขาดกำไรหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มจากค่าซ่อมเครื่อง ต้องตรวจเหตุที่รับ เครื่องและกิจการที่ระบุ สูตรผลประโยชน์ ระยะชดใช้ และส่วนที่รับเอง

คำถามที่ควรถาม: ค่าซ่อมเครื่องมีประกันแล้ว ผลกำไรที่หายระหว่างหยุดผลิตได้รับประกันด้วยหรือยัง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจหยุดชะงักจากเหตุไซเบอร์ (Cyber business interruption)ความสูญเสียทางธุรกิจจากระบบหรือข้อมูลหยุดทำงานตามเหตุที่รับประกัน

ธุรกิจหยุดชะงักจากเหตุไซเบอร์คือผลสูญเสียรายได้หรือกำไรและค่าใช้จ่ายที่ระบุจากระบบหรือข้อมูลใช้ไม่ได้ตามเงื่อนไข ต่างจาก BI ที่ผูกกับความเสียหายทางกายภาพของทรัพย์สิน

คำถามที่ควรถาม: ระบบรับออเดอร์หยุดแต่ไม่มีเครื่องเสียหาย ประกัน BI เดิมรับหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจหยุดชะงักจากระบบผู้ให้บริการภายนอก (Dependent cyber business interruption)ผลหยุดธุรกิจเมื่อระบบของผู้ให้บริการที่พึ่งพาเกิดเหตุที่รับประกัน

ธุรกิจหยุดชะงักจากระบบผู้ให้บริการภายนอกคือผลสูญเสียของกิจการเมื่อระบบภายนอกที่พึ่งพาหยุดจากเหตุที่ระบุ เช่น ระบบเก็บข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ ไม่ได้หมายถึงผู้ขายและบริการทุกประเภท

คำถามที่ควรถาม: ผู้ให้บริการคลาวด์ล่มจนขายไม่ได้ ต้องมีส่วนขยายอะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบต่อชื่อเสียงหลังเหตุไซเบอร์ (Reputational harm)ผลเสียต่อความเชื่อมั่นที่ต้องแยกค่ากู้ภาพลักษณ์ออกจากรายได้ที่หาย

ผลกระทบต่อชื่อเสียงคือความเชื่อมั่นที่ลดลงหลังเหตุ ซึ่งอาจทำให้มีค่าจัดการสื่อสารหรือสูญเสียรายได้ ความคุ้มครองสองส่วนนี้แตกต่างกัน และไม่ใช่การรับประกันมูลค่าแบรนด์

คำถามที่ควรถาม: ระบบกลับมาแล้วแต่ลูกค้ายังยกเลิกงาน ประกันพิจารณาอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

ความรับผิดต่อผู้อื่น 28 คำ

ความเสียหายต่อบุคคลภายนอกและเงื่อนไขความรับผิด

ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Public liability insurance)ดูแลความรับผิดของกิจการเมื่อบุคคลภายนอกบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย

ประกันสำหรับความรับผิดตามกฎหมายจากกิจการหรือสถานที่ที่ระบุไว้ ต้องดูว่ารับประกันงานในร้าน งานนอกสถานที่ และค่าใช้จ่ายต่อสู้คดีอย่างไร

คำถามที่ควรถาม: ลูกค้าหรือเพื่อนบ้านเสียหายจากกิจการ กรมธรรม์ส่วนไหนอาจเกี่ยวข้อง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บุคคลภายนอก (Third party)ผู้เสียหายที่ต้องตรวจสถานะตามนิยามและข้อยกเว้นของกรมธรรม์

บุคคลภายนอกไม่ได้หมายถึงทุกคนที่อยู่นอกบริษัทเสมอไป ต้องอ่านนิยามผู้เอาประกันและกลุ่มบุคคลที่ถูกยกเว้นก่อนพิจารณาข้อเรียกร้อง

คำถามที่ควรถาม: ลูกค้า ผู้รับเหมา หรือคนงานที่บาดเจ็บ ถือเป็นบุคคลภายนอกหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การบาดเจ็บทางร่างกาย (Bodily injury)ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพตามนิยามที่รับประกัน

ในประกันความรับผิด คำนี้ใช้ระบุความเสียหายของคนที่อาจอยู่ในข้อตกลงคุ้มครอง ต้องแยกจากสถานะผู้เสียหาย สาเหตุ และข้อยกเว้น

คำถามที่ควรถาม: ค่ารักษา การเสียชีวิต และความเสียหายทางจิตใจอยู่ในนิยามเดียวกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Property damage)ทรัพย์สินเสียหายและการเสียประโยชน์ใช้สอยตามนิยามกรมธรรม์

ความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Property damage) คือทรัพย์สินเสียหายและการเสียประโยชน์ใช้สอยตามนิยามของกรมธรรม์ ในประกันความรับผิดต้องแยกของผู้อื่นจากของกิจการ และตรวจว่าค่าเสียประโยชน์หรือของที่รับฝากเข้าข่ายอย่างไร

คำถามที่ควรถาม: ของลูกค้าแตก ค่าซ่อมกับค่าเสียประโยชน์ใช้ของต้องตรวจต่างกันอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
วงเงินจำกัดความรับผิด (Limit of indemnity / Limit of liability)เพดานที่บริษัทประกันรับผิดตามหน่วยและเงื่อนไขที่กำหนด

วงเงินความรับผิดอาจระบุต่อเหตุ ต่อข้อเรียกร้อง หรือตลอดระยะเวลาประกัน ต้องดูค่าใช้จ่ายต่อสู้คดี วงเงินย่อย และส่วนแรกประกอบ

คำถามที่ควรถาม: วงเงินหนึ่งล้านบาทเป็นต่อเหตุ ต่อคน หรือตลอดปี

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
วงเงินรวมตลอดระยะเวลาประกัน (Aggregate limit)เพดานสะสมของความรับผิดในช่วงและหมวดที่กำหนด

วงเงินรวมอาจลดลงตามสินไหมที่จ่ายหรือตกลงจ่ายตามข้อความกรมธรรม์ ต้องตรวจว่าครอบคลุมหมวดใดและมีข้อตกลงเติมวงเงินหรือไม่

คำถามที่ควรถาม: เคลมไปครั้งหนึ่งแล้ว วงเงินเหลือพอสำหรับเหตุถัดไปหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ฐานความคุ้มครองตามเหตุที่เกิด (Occurrence basis)ผูกความคุ้มครองกับเหตุหรือความเสียหายในช่วงเวลาที่กรมธรรม์กำหนด

ฐาน occurrence พิจารณาว่าเหตุหรือความเสียหายที่นิยามไว้เกิดเมื่อใด แตกต่างจากฐาน claims-made ที่ดูการเรียกร้องครั้งแรก และยังมีหน้าที่แจ้งเหตุตามกรมธรรม์

คำถามที่ควรถาม: เหตุเกิดก่อนหมดประกัน แต่ถูกเรียกร้องภายหลัง ต้องเริ่มตรวจจากวันไหน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ฐานความคุ้มครองตามการเรียกร้อง (Claims-made basis)ผูกความคุ้มครองกับการเรียกร้องครั้งแรกและเงื่อนไขแจ้งที่ระบุ

กรมธรรม์แบบ claims-made ดูว่าข้อเรียกร้องถูกยื่นต่อผู้เอาประกันครั้งแรกเมื่อใด และกำหนดการรายงานต่อบริษัทอย่างไร ต้องอ่านวันย้อนหลังและเรื่องที่รู้มาก่อนร่วมด้วย

คำถามที่ควรถาม: ได้รับข้อเรียกร้องแล้ว ต้องแจ้งบริษัทประกันภายในช่วงใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
วันที่กำหนดขอบเขตย้อนหลัง (Retroactive date)วันที่ใช้จำกัดช่วงของงานหรือการกระทำที่เป็นต้นเหตุของข้อเรียกร้อง

วันย้อนหลังใช้จำกัดช่วงของงาน การกระทำ หรือความเสียหายตามที่กรมธรรม์ระบุ ไม่ใช่คำรับรองว่าเรื่องหลังวันนั้นจะคุ้มครองทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: ต่อประกันแล้ววันย้อนหลังเปลี่ยน งานเก่าจะมีช่องว่างหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี (Defence costs)ค่าดำเนินการโต้แย้งข้อเรียกร้องตามนิยามและความยินยอมที่กำหนด

ค่าทนายและค่าใช้จ่ายคดีอาจมีความคุ้มครอง แต่ต้องตรวจผู้แต่งตั้งทนาย การอนุมัติ และการนับอยู่ภายในหรือเพิ่มเติมจากวงเงินของกรมธรรม์นั้น

คำถามที่ควรถาม: ค่าทนายใช้วงเงินเดียวกับค่าเสียหายหรือมีวงเงินต่างหาก

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันความรับผิดจากสินค้า (Products liability insurance)ความรับผิดเมื่อสินค้าที่เกี่ยวกับกิจการทำให้ผู้อื่นเสียหาย

ประกันความรับผิดจากสินค้าต้องตรวจชนิดสินค้า บทบาทผู้ผลิตหรือผู้ขาย ตลาดที่จำหน่าย และขอบเขตความเสียหาย ไม่ใช่การรับประกันคุณภาพหรือค่าเรียกคืนสินค้าโดยอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถาม: สินค้าที่ขายไปทำให้ลูกค้าบาดเจ็บ ประกันร้านค้ารับเรื่องนี้หรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันความรับผิดทางวิชาชีพ (Professional indemnity insurance)ความรับผิดจากการให้คำแนะนำหรือบริการวิชาชีพตามที่ระบุ

ประกันสำหรับข้อเรียกร้องจากงานบริการหรือคำแนะนำที่รับประกัน ต้องดูนิยามบริการ ผู้เอาประกัน ฐานการเรียกร้อง วันย้อนหลัง และข้อยกเว้นเฉพาะงาน

คำถามที่ควรถาม: ลูกค้าเรียกค่าเสียหายเพราะคำแนะนำผิด ต้องใช้ประกันชนิดใดตรวจ

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันความรับผิดของนายจ้าง (Employers' liability insurance)ความรับผิดของนายจ้างต่อลูกจ้างตามขอบเขตที่รับประกัน

ความรับผิดของนายจ้าง (Employers liability) คือความรับผิดต่อลูกจ้างตามขอบเขตที่รับประกัน ต้องแยกจากกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายไทย ประกันสวัสดิการ และอุบัติเหตุกลุ่ม เพราะเงื่อนไขและฐานสิทธิแตกต่างกัน

คำถามที่ควรถาม: ลูกจ้างบาดเจ็บจากงาน ประกันบุคคลภายนอกหรือประกันสวัสดิการรับเรื่องใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ทรัพย์สินในความดูแลหรือควบคุม (Care, custody or control)ทรัพย์สินของผู้อื่นที่กิจการรับดูแล เก็บรักษา ใช้ หรือควบคุม

ความดูแล เก็บรักษา หรือควบคุม (Care, custody or control) คือสภาพที่กิจการรับดูแล เก็บ ใช้ หรือควบคุมทรัพย์สินของผู้อื่น ประกันความรับผิดอาจยกเว้นของกลุ่มนี้หรือของที่กำลังทำงานด้วย แม้เจ้าของเป็นลูกค้า ต้องตรวจส่วนขยายสำหรับงานจริง

คำถามที่ควรถาม: ของลูกค้าที่นำมาฝากหรือซ่อมเสียหาย ประกันบุคคลภายนอกรับหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดที่รับเพิ่มตามสัญญา (Contractual liability)ภาระที่กิจการยอมรับในสัญญาซึ่งอาจกว้างกว่าความรับผิดเดิม

ข้อสัญญาชดใช้ค่าเสียหายอาจทำให้รับภาระมากกว่าความรับผิดที่มีอยู่โดยไม่ทำสัญญา ประกันความรับผิดต้องตรวจข้อยกเว้นและการยอมรับส่วนนี้โดยเฉพาะ

คำถามที่ควรถาม: สัญญาเช่าหรือจ้างให้รับผิดทุกความเสียหาย ประกันรับภาระนั้นด้วยหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดของผู้ขนส่ง (Carrier Liability)ความรับผิดตามกฎหมายของผู้รับขนส่งต่อสินค้าที่รับไว้ขนส่ง ซึ่งแยกจากประกันตัวสินค้า

ความรับผิดของผู้ขนส่งคือภาระตามกฎหมายที่ผู้รับขนส่งอาจมีต่อความสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าที่รับไว้ขนส่ง โดยประกันความรับผิดจะพิจารณาภาระนี้และเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่รับประกันมูลค่าสินค้าทุกเหตุแทนเจ้าของ

คำถามที่ควรถาม: ผู้ขนส่งมีความรับผิดจากเหตุนี้หรือไม่ และกรมธรรม์รับสินค้า งาน พาหนะ และช่วงส่งมอบที่เกิดเหตุไว้หรือเปล่า?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ขอบเขตพื้นที่ความคุ้มครอง (Territorial limits)พื้นที่ที่เหตุ การกระทำ หรือกิจกรรมต้องอยู่ตามเงื่อนไขของหมวดนั้น

ขอบเขตพื้นที่ความคุ้มครองคือข้อกำหนดว่าพื้นที่ใดอยู่ในขอบเขตประกันสำหรับเหตุหรือกิจกรรมที่ระบุ ต้องอ่านแยกจากข้อจำกัดเรื่องศาลและเขตอำนาจพิจารณาคดี

คำถามที่ควรถาม: ขายงานให้ลูกค้าต่างประเทศหรือใช้ระบบบนคลาวด์ พื้นที่ประกันเพียงพอหรือยัง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การสละสิทธิรับช่วงสิทธิ (Waiver of subrogation)ข้อตกลงจำกัดการที่บริษัทประกันจะเรียกคืนจากบุคคลที่ระบุ หลังจ่ายสินไหมแล้ว

การรับช่วงสิทธิเกี่ยวกับสิทธิเรียกคืนจากผู้ที่ต้องรับผิดหลังบริษัทประกันจ่ายสินไหม ส่วนการสละสิทธิเป็นเงื่อนไขที่ต้องตรวจขอบเขตและบุคคลให้ชัด ไม่ได้หมายถึงยกเลิกความรับผิดของทุกคนหรือเพิ่มผู้เอาประกันทุกบริษัท

คำถามที่ควรถาม: แนบท้ายสละสิทธิต่อใครบ้าง ชื่อตรงกับคู่สัญญาและความสัมพันธ์ของกิจการหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดระหว่างผู้เอาประกันร่วม (Cross liability)การพิจารณาผู้เอาประกันแต่ละรายเสมือนมีกรมธรรม์แยกตามเงื่อนไข

เมื่อกรมธรรม์มีผู้เอาประกันหลายราย ข้อ cross liability อาจช่วยพิจารณาความรับผิดระหว่างกัน แต่ยังใช้วงเงินรวมและข้อยกเว้นตามที่กำหนด ไม่ได้เพิ่มวงเงินให้แต่ละราย

คำถามที่ควรถาม: เจ้าของโครงการกับผู้รับเหมาอยู่ในกรมธรรม์เดียวกัน จะเรียกร้องระหว่างกันอย่างไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดของผู้รับฝากทรัพย์สิน (Bailee Liability)ความรับผิดที่ผู้รับฝากอาจมีต่อความสูญเสียหรือเสียหายของทรัพย์สินผู้อื่นที่รับดูแล

ความรับผิดของผู้รับฝากทรัพย์สินคือภาระที่ผู้รับฝากอาจต้องรับผิดต่อเจ้าของเมื่อทรัพย์ที่รับดูแลสูญหายหรือเสียหาย โดยต้องตรวจหน้าที่ เหตุ และความรับผิดจริง ส่วนประกันจะรับเพียงใดขึ้นกับข้อความเฉพาะ

คำถามที่ควรถาม: คลังหรือกิจการรับฝากมีความรับผิดต่อสินค้าลูกค้าอย่างไร และข้อเสนอประกันรับงานกับสถานที่นี้จริงหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดจากความปลอดภัยเครือข่าย (Network security liability)ความรับผิดต่อผู้อื่นจากความล้มเหลวด้านความปลอดภัยของระบบที่รับประกัน

ความรับผิดจากความปลอดภัยเครือข่ายคือภาระต่อผู้อื่นจากความล้มเหลวด้านระบบ เช่น ส่งมัลแวร์ต่อหรือปล่อยให้ข้อมูลผู้อื่นเสียหาย เป็นคนละส่วนกับค่าซ่อมระบบและรายได้ของกิจการเอง

คำถามที่ควรถาม: ระบบกิจการส่งมัลแวร์ต่อไปให้ลูกค้า ความรับผิดอยู่หมวดใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดจากการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy liability)ความรับผิดต่อผู้อื่นจากการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้าเงื่อนไข

ความรับผิดด้านข้อมูลส่วนบุคคลคือภาระต่อผู้อื่นจากการเก็บ ใช้ ดูแล หรือเปิดเผยข้อมูลตามเหตุที่รับประกัน ต้องแยกจากค่าจัดการเหตุและค่าปรับของหน่วยงานกำกับ

คำถามที่ควรถาม: ลูกค้าเรียกค่าเสียหายจากข้อมูลหลุด ใช้ความคุ้มครองส่วนใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายชี้แจงหรือต่อสู้การตรวจสอบของหน่วยงาน (Regulatory defence costs)ค่าที่ปรึกษาและดำเนินการตอบการตรวจสอบทางกำกับที่เข้าเงื่อนไข

ค่าใช้จ่ายชี้แจงหน่วยงานคือค่าผู้เชี่ยวชาญหรือทนายในการตอบและต่อสู้การตรวจสอบที่กรมธรรม์รับ ไม่ใช่ค่าปรับหรือค่าปรับปรุงกิจการให้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: ได้รับหนังสือจากหน่วยงานเรื่องข้อมูล ต้องดูค่าทนายในหมวดใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าปรับจากหน่วยงานกำกับ (Regulatory fines)เงินค่าปรับหรือโทษทางการเงินที่ต้องตรวจว่ารับประกันได้และซื้อไว้จริง

ค่าปรับจากหน่วยงานกำกับคือโทษทางการเงินที่หน่วยงานกำหนดตามอำนาจของตน การมีคำนี้ในกรมธรรม์ไม่ทำให้ค่าปรับทุกชนิดรับประกันได้ตามกฎหมายหรือชดใช้ได้โดยอัตโนมัติ

คำถามที่ควรถาม: ใบเสนอราคาระบุค่าปรับด้านข้อมูล ต้องถามอะไรจึงเข้าใจวงเงินจริง

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การแจ้งพฤติการณ์ที่อาจนำไปสู่ข้อเรียกร้อง (Notification of circumstances)การแจ้งข้อเท็จจริงที่อาจกลายเป็นข้อเรียกร้องตามกลไกที่กรมธรรม์กำหนด

การแจ้งพฤติการณ์คือการแจ้งข้อเท็จจริงที่อาจนำไปสู่ข้อเรียกร้องในภายหลัง เป็นคนละขั้นกับการแจ้งข้อเรียกร้องที่เกิดแล้ว และจะผูกกับกรมธรรม์ใดได้ตามเงื่อนไขการรับแจ้งเท่านั้น

คำถามที่ควรถาม: ยังไม่มีใครเรียกค่าเสียหาย แต่รู้ปัญหาที่อาจถูกเรียกร้อง ควรส่งข้อมูลอะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลารับแจ้งเพิ่มเติมหลังสิ้นสุดกรมธรรม์ (Extended reporting period)ช่วงรับแจ้งเพิ่มเติมที่ใช้กับเหตุหรือข้อเรียกร้องตามขอบเขตและเงื่อนไขเฉพาะ

ระยะเวลารับแจ้งเพิ่มเติมคือช่วงหลังกรมธรรม์สิ้นสุดที่เปิดให้แจ้งข้อเรียกร้องหรือรายการที่กำหนดได้ตามเงื่อนไข ไม่ใช่การต่ออายุให้การกระทำใหม่หลังสิ้นสุดได้รับคุ้มครองทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: กรมธรรม์หมดแล้วมีหนังสือเรียกค่าเสียหาย ระยะรับแจ้งเพิ่มเติมช่วยได้เมื่อใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ข้อกำหนดเขตอำนาจศาล (Jurisdiction clause)ข้อกำหนดเรื่องศาลหรือกระบวนการที่ยอมรับ ต้องแยกว่าพูดถึงคดีชนิดใด

ข้อกำหนดเขตอำนาจศาลระบุศาลหรือเขตที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี ต้องแยกข้อจำกัดคดีความรับผิดที่ประกันรับออกจากข้อกำหนดระงับข้อพิพาทระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน

คำถามที่ควรถาม: สัญญากับลูกค้าให้ฟ้องต่างประเทศ แต่ประกันกำหนดศาลอีกแบบ มีจุดใดต้องแก้ก่อนเซ็น

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

ประกันเฉพาะทาง 42 คำ

เครื่องจักร งานก่อสร้าง อุปกรณ์ และความเสี่ยงเฉพาะ

ประกันภัยงานติดตั้งเครื่องจักร (Erection All Risks (EAR))ประกันภัยสำหรับความเสียหายระหว่างติดตั้งเครื่องจักรตามรายการและช่วงงานที่ตกลง

EAR คือประกันภัยที่มุ่งงานประกอบและติดตั้งเครื่องจักร ต้องตรวจช่วงขนลง ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบ รวมถึงข้อยกเว้นของแบบที่ซื้อ

คำถามที่ควรถาม: เครื่องจักรใหม่คุ้มครองตั้งแต่ขั้นตอนไหน และสิ้นสุดเมื่อทดสอบหรือส่งมอบอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
งานตามสัญญาที่เอาประกันภัย (Contract works)ตัวงานและวัสดุที่เป็นส่วนของโครงการตามสัญญาและรายการที่เอาประกันไว้

งานตามสัญญาที่เอาประกันภัยหมายถึงสิ่งที่กำลังก่อสร้างหรือติดตั้งในโครงการ ต้องแยกจากอาคารเดิม เครื่องมือของผู้รับเหมา และทรัพย์สินข้างเคียง

คำถามที่ควรถาม: รายการเอาประกันครอบคลุมตัวงานส่วนใด วัสดุใด และของที่เจ้าของจัดหาเองหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ระยะคุ้มครองหลังส่งมอบงาน (Maintenance period)ช่วงหลังงานแล้วเสร็จที่อาจรับความเสียหายบางกรณีตามเงื่อนไขบำรุงรักษาที่ระบุ

ระยะคุ้มครองหลังส่งมอบงานเป็นช่วงประกันตามตารางและเอกสารแนบท้าย ไม่ได้แปลว่ารับค่าบำรุงรักษาปกติหรือค่าซ่อมข้อบกพร่องทุกอย่าง

คำถามที่ควรถาม: หลังส่งมอบยังรับเหตุแบบใด ระหว่างผู้รับเหมากลับมาแก้งานหรือจากเหตุที่เกิดไว้ก่อนส่งมอบ?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การทดสอบและทดลองเดินเครื่อง (Testing and commissioning)ขั้นตอนตรวจการทำงานของเครื่องหรือระบบก่อนรับมอบ ซึ่งอาจมีเงื่อนไขประกันเฉพาะ

การทดสอบและทดลองเดินเครื่องเป็นช่วงเปลี่ยนจากงานติดตั้งไปสู่การใช้งาน ต้องตรวจว่ากรมธรรม์นับเริ่มและจบช่วงนี้อย่างไร รวมถึงข้อจำกัดที่ตกลงไว้

คำถามที่ควรถาม: ก่อนจ่ายไฟ ใส่วัตถุดิบ หรือทดลองผลิต ต้องยืนยันช่วงประกันอะไรบ้าง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เครื่องมือและเครื่องจักรที่ใช้ก่อสร้าง (Construction plant and equipment)เครื่องมือและเครื่องจักรที่นำมาใช้ทำงานโครงการ แยกจากตัวงานที่จะส่งมอบ

เครื่องมือและเครื่องจักรที่ใช้ก่อสร้างหมายถึงอุปกรณ์ที่ช่วยทำงาน เช่น เครื่องผสมหรือเครื่องยก ต้องตรวจรายการเอาประกัน ภัย และมูลค่าแยกจากตัวงานก่อสร้าง

คำถามที่ควรถาม: เครื่องที่ผู้รับเหมานำมาใช้มีทุนและความคุ้มครองของตัวเอง หรืออยู่ในกรมธรรม์ใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ทรัพย์สินบริเวณใกล้เคียงงาน (Surrounding property)ทรัพย์สินใกล้พื้นที่ทำงานที่อาจรับผลกระทบ ต้องแยกเจ้าของและฐานความคุ้มครอง

ทรัพย์สินบริเวณใกล้เคียงงานอาจเป็นของเพื่อนบ้านหรือของเจ้าของโครงการเอง การตรวจประกันต้องแยกความรับผิดต่อผู้อื่นออกจากความเสียหายต่อทรัพย์สินเดิมของผู้เอาประกัน

คำถามที่ควรถาม: อาคารที่อยู่ข้างงานเป็นของใคร และต้องตรวจหมวดความรับผิดหรือส่วนขยายทรัพย์สินเดิม?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ทรัพย์สินเดิมระหว่างก่อสร้าง (Existing property)ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนเริ่มงานซึ่งต้องตรวจแยกจากตัวงานใหม่ที่กำลังก่อสร้าง

ทรัพย์สินเดิมระหว่างก่อสร้าง เช่น อาคารร้านเดิมข้างส่วนต่อเติม ต้องตรวจว่ามีส่วนขยายรับไว้และระบุทรัพย์สิน วงเงิน และเงื่อนไขอย่างไร

คำถามที่ควรถาม: อาคารและเครื่องจักรเดิมเสียหายจากงานต่อเติม มีส่วนขยายรับไว้หรือยัง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความรับผิดในการแก้ไขข้อบกพร่องของงาน (Defects liability)หน้าที่ของผู้รับเหมาในการกลับมาแก้ข้อบกพร่องตามสัญญาจ้าง ซึ่งต้องแยกจากสิทธิประกันภัย

ความรับผิดในการแก้ไขข้อบกพร่องเป็นภาระตามสัญญางาน ส่วนประกันหลังส่งมอบรับความเสียหายเฉพาะเหตุและระยะที่ตกลง การมีอย่างหนึ่งไม่ยืนยันอีกอย่าง

คำถามที่ควรถาม: รายการที่ขอให้ผู้รับเหมาแก้เป็นหน้าที่ตามสัญญา หรือเป็นความเสียหายที่มีประกันรับไว้ด้วย?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผู้ว่าจ้างโครงการ (Principal)ฝ่ายที่ว่าจ้างให้ก่อสร้างหรือติดตั้ง ต้องตรวจฐานะผู้เอาประกันและทรัพย์สินของตนในกรมธรรม์

ผู้ว่าจ้างโครงการคือฝ่ายที่จ้างให้ทำงานตามสัญญา เช่น เจ้าของร้านที่จ้างต่อเติม การเป็นผู้ว่าจ้างไม่ได้ยืนยันว่ามีชื่อเป็นผู้เอาประกันหรือของเดิมได้รับคุ้มครอง

คำถามที่ควรถาม: ผู้ว่าจ้างมีชื่อในกรมธรรม์และได้รับประโยชน์ในหมวดที่ต้องการจริงหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผู้รับเหมา (Contractor)ฝ่ายที่รับทำงานก่อสร้างหรือติดตั้งตามสัญญา ซึ่งต้องตรวจบทบาทและฐานะผู้เอาประกันให้ตรง

ผู้รับเหมาคือฝ่ายที่รับทำงานตามสัญญา การมีหน้าที่จัดประกันหรือรับผิดชอบงานไม่ได้หมายความว่าความรับผิดตามสัญญาทุกอย่างอยู่ในกรมธรรม์

คำถามที่ควรถาม: ผู้รับเหมารายใดและงานส่วนใดอยู่ในประกัน และใครต้องแจ้งเมื่อแผนงานเปลี่ยน?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ผู้เอาประกันภัยร่วม (Joint insured)หลายฝ่ายที่ได้รับการระบุให้มีฐานะผู้เอาประกันในกรมธรรม์เดียวกันตามส่วนได้เสียและเงื่อนไข

ผู้เอาประกันภัยร่วมหมายถึงการมีหลายฝ่ายได้รับประกันในฉบับเดียว ต้องดูว่าแต่ละฝ่ายอยู่หมวดใด มีส่วนได้เสียใด และมีวงเงินกับเงื่อนไขร่วมอย่างไร

คำถามที่ควรถาม: ใครบ้างมีชื่อเป็นผู้เอาประกัน และแต่ละฝ่ายได้รับประกันในส่วนใด?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง (Fidelity Guarantee)ประกันภัยความเสียหายทางการเงินโดยตรงจากการทุจริตของลูกจ้างตามที่กรมธรรม์กำหนด

ประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้างคือประกันที่รับความเสียหายทางการเงินโดยตรงจากการกระทำทุจริตของลูกจ้างที่อยู่ในขอบเขตกรมธรรม์ เช่น ยักยอกเงินหรือสินค้า โดยต้องตรวจผู้ที่ได้รับความคุ้มครองและเงื่อนไขการค้นพบเหตุ

คำถามที่ควรถาม: กรมธรรม์ครอบคลุมลูกจ้างตำแหน่งใด และการพบเหตุหลังลูกจ้างออกจากงานมีเงื่อนไขอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยสำหรับเงิน (Money Insurance)ประกันภัยเงินในสถานที่ ตู้นิรภัย หรือระหว่างขนส่งตามส่วนความคุ้มครองที่เลือก

ประกันภัยสำหรับเงินคือประกันที่รับความสูญเสียของเงินตามสถานที่ ช่วงเวลา และสาเหตุที่ระบุในกรมธรรม์ โดยอาจแยกส่วนเงินในสถานที่ เงินในตู้นิรภัย และเงินระหว่างขนส่ง

คำถามที่ควรถาม: ส่วนความคุ้มครองที่ซื้อไว้รับเงินตอนอยู่ที่ใด และรับเฉพาะชิงทรัพย์หรือสาเหตุอื่นด้วย?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงินระหว่างขนส่ง (Money in Transit)เงินที่อยู่ระหว่างนำไปส่งหรือรับนอกสถานที่ตามการเดินทางที่กรมธรรม์รับไว้

เงินระหว่างขนส่งคือเงินที่อยู่ระหว่างเคลื่อนย้ายนอกสถานที่ เช่น นำรายรับไปฝากธนาคาร ซึ่งต้องมีส่วนความคุ้มครองการขนส่งเงินและเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

คำถามที่ควรถาม: การนำเงินฝากธนาคารและรับเงินกลับร้านอยู่ในเส้นทาง ผู้ถือเงิน และวงเงินที่ตกลงไว้หรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงินในตู้นิรภัย (Cash in Safe)เงินที่เก็บในตู้นิรภัยหรือห้องนิรภัยตามสถานที่และเงื่อนไขที่กรมธรรม์ระบุ

เงินในตู้นิรภัยคือส่วนความคุ้มครองเงินที่จัดเก็บไว้ในตู้นิรภัยหรือห้องนิรภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น การปิดล็อกนอกเวลาทำการ โดยไม่ใช่ความคุ้มครองเงินทุกจุดภายในอาคาร

คำถามที่ควรถาม: ตู้ที่ใช้จริงและเงินค้างคืนตรงกับตู้ สถานที่ วงเงิน และวิธีปิดล็อกที่แจ้งไว้หรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่งในประเทศ (Goods in Transit Insurance)ประกันภัยความสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าระหว่างการขนส่งในประเทศตามที่ระบุ

ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่งในประเทศคือประกันที่รับความสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าระหว่างเที่ยวขนส่งที่ตกลงไว้ โดยขอบเขตอาจเป็นภัยที่ระบุหรือความคุ้มครองที่กว้างกว่านั้นภายใต้ข้อยกเว้น

คำถามที่ควรถาม: สินค้าของกิจการได้รับความคุ้มครองจากภัยใด และรวมช่วงยกขึ้นลงหรือพักค้างระหว่างทางหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Marine Cargo Insurance)ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่งนำเข้าหรือส่งออกตามเส้นทางและวิธีขนส่งที่ตกลงไว้

ประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศคือประกันความสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าในเที่ยวขนส่งที่ระบุ ซึ่งอาจเดินทางทางเรือ อากาศ หรือบก และใช้เงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์แต่ละฉบับ

คำถามที่ควรถาม: เอกสารประกันรับตั้งแต่คลังต้นทางถึงจุดใด และตรงกับสินค้าที่ซื้อขายและการขนส่งจริงหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับลูกจ้าง (Employee Personal Accident Insurance)ประกันผลประโยชน์จากอุบัติเหตุของลูกจ้างที่มีชื่อหรืออยู่ในกลุ่มตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับลูกจ้างคือประกันที่นายจ้างอาจจัดให้กลุ่มพนักงาน เพื่อรับผลประโยชน์เมื่อผู้ที่อยู่ในความคุ้มครองประสบอุบัติเหตุตามเงื่อนไข เช่น ค่ารักษาหรือผลประโยชน์เสียชีวิต ซึ่งต้องดูแผนและข้อยกเว้น

คำถามที่ควรถาม: พนักงานกลุ่มใดได้รับผลประโยชน์อะไร และแผนรับอาชีพ กิจกรรม หรือการเดินทางที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เหตุข้อมูลถูกเข้าถึงหรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต (Data breach)เหตุที่ข้อมูลถูกเข้าถึงหรือเปิดเผยแก่ผู้ไม่มีสิทธิ

เหตุข้อมูลรั่วไหลคือการเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเกิดจากการโจมตีหรือความผิดพลาด การมีเหตุยังต้องแยกจากค่าใช้จ่ายและความรับผิดที่กรมธรรม์รับไว้

คำถามที่ควรถาม: ส่งข้อมูลลูกค้าผิดคนหรือมีคนเข้าระบบ ต้องเริ่มตรวจประกันส่วนใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายรับมือเหตุไซเบอร์ (Incident response costs)ค่าผู้เชี่ยวชาญและงานรับมือเหตุที่เข้าเงื่อนไข

ค่าใช้จ่ายรับมือเหตุไซเบอร์คือค่าใช้จ่ายตรวจสอบ ประสานงาน และบรรเทาเหตุ เช่น ค่าผู้เชี่ยวชาญระบบหรือที่ปรึกษา ไม่ใช่ยอดค่าไถ่ ค่าปรับ หรือรายได้ที่หายทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: จำเป็นต้องเรียกช่างและที่ปรึกษาด่วน ใครอนุมัติและใช้วงเงินใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การหลอกผ่านอีเมลธุรกิจ (Business email compromise)การปลอมหรือยึดอีเมลเพื่อหลอกให้จ่ายเงินหรือส่งข้อมูล

การหลอกผ่านอีเมลธุรกิจคือการแอบอ้างผู้ติดต่อที่น่าเชื่อถือผ่านอีเมล เช่น ผู้ขายหรือผู้บริหาร เพื่อให้ทำรายการผิด อาจใช้บัญชีปลอมหรือบัญชีจริงที่ถูกยึด และไม่ยืนยันความคุ้มครองเงินโอน

คำถามที่ควรถาม: อีเมลผู้ขายแจ้งเปลี่ยนบัญชีแล้วโอนผิด ประกันไซเบอร์รับส่วนนี้หรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การหลอกให้คนทำธุรกรรมหรือเปิดข้อมูล (Social engineering fraud)การใช้ความไว้ใจ ความเร่งด่วน หรืออำนาจแอบอ้างเพื่อหลอกคน

การหลอกลวงแบบ social engineering คือการจูงใจให้คนส่งข้อมูล เปิดสิทธิ หรือทำธุรกรรมให้ผู้กระทำ โดยอาจใช้โทรศัพท์ ข้อความ หรืออีเมล ความคุ้มครองเงินสูญเสียขึ้นกับเงื่อนไขเฉพาะ

คำถามที่ควรถาม: พนักงานโอนเงินตามคำสั่งปลอมของเจ้าของ ถือเป็นเหตุแบบใด

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware)มัลแวร์ที่ใช้ขัดขวางหรือยึดข้อมูลเพื่อกดดันเรียกเงิน

มัลแวร์เรียกค่าไถ่คือซอฟต์แวร์มุ่งร้ายที่ล็อก เข้ารหัส หรือทำให้ใช้ข้อมูลหรือระบบไม่ได้เพื่อกดดันเรียกเงิน อาจมีการขโมยข้อมูลร่วมด้วย และค่าเสียหายอาจอยู่หลายหมวด

คำถามที่ควรถาม: ถูกล็อกไฟล์แล้ว ค่าไถ่ ค่าคืนข้อมูล และรายได้หยุดงานใช้วงเงินเดียวกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าซ่อมเพิ่มตามข้อกำหนดทางราชการ (Public authorities clause)ค่าใช้จ่ายซ่อมหรือสร้างคืนที่เพิ่มขึ้นเพราะต้องทำตามข้อกำหนดที่แนบท้ายรองรับ

หลังทรัพย์สินเสียหาย การซ่อมคืนอาจต้องทำตามข้อกำหนดก่อสร้างหรือกฎท้องถิ่น แนบท้ายนี้อาจขยายค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่ต้องดูข้อยกเว้น ส่วนที่ไม่เสียหาย วงเงิน ระยะเวลาซ่อม และคำสั่งที่แจ้งไว้ก่อนเกิดเหตุ

คำถามที่ควรถาม: ค่าใช้จ่ายส่วนใดเพิ่มเพราะข้อกำหนดใด และแนบท้ายครอบคลุมรายการนั้นจริงหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันเครื่องจักรขัดข้อง (Machinery breakdown insurance)ความเสียหายฉับพลันของเครื่องจักรจากเหตุที่เข้าเงื่อนไขเฉพาะ

ประกันเครื่องจักรพิจารณาความเสียหายทางกายภาพของเครื่องที่ระบุจากเหตุฉับพลันไม่คาดหมาย ต้องแยกจากการสึกหรอ การบำรุงรักษา และรายได้ที่หายเมื่อหยุดผลิต

คำถามที่ควรถาม: เครื่องเสียเองโดยไม่มีไฟไหม้ ค่าซ่อมกับยอดขายที่หายใช้ประกันเดียวกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันงานก่อสร้างตามสัญญา (Contractors' all risks insurance)ความเสียหายของงานก่อสร้างและส่วนความรับผิดต่อผู้อื่นตามที่เลือก

ประกันงานก่อสร้างต้องดูขอบเขตงาน ผู้เอาประกัน ระยะเวลาก่อสร้างและบำรุงรักษา แยกทรัพย์สินเดิมกับงานใหม่ และตรวจหมวดความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

คำถามที่ควรถาม: ตกแต่งร้านแล้วงานเสียหายหรือทำร้านข้าง ๆ เสียหาย ต้องดูหมวดไหน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic equipment insurance)ความเสียหายของอุปกรณ์ที่ระบุ โดยข้อมูลและค่าเช่าเครื่องอาจแยกหมวด

ประกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องตรวจตัวเครื่อง สื่อบันทึกข้อมูล และค่าใช้จ่ายทำงานเพิ่มแยกกัน ไม่ได้หมายถึงคุ้มครองข้อมูล ไวรัส หรือรายได้ที่หายครบทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: เซิร์ฟเวอร์เสีย ค่าซ่อมเครื่อง ค่ากู้ข้อมูล และค่าเช่าเครื่องอยู่ส่วนเดียวกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber insurance)ความคุ้มครองเหตุระบบและข้อมูลตามหมวดที่กิจการเลือกไว้

ประกันภัยไซเบอร์อาจมีค่าใช้จ่ายจัดการเหตุ กู้คืนข้อมูล ธุรกิจหยุดชะงัก และความรับผิดต่อผู้อื่น แต่ต้องตรวจเหตุที่รับประกัน วงเงินย่อย ส่วนแรก และเงื่อนไขการตอบสนอง

คำถามที่ควรถาม: ข้อมูลลูกค้ารั่วหรือระบบถูกโจมตี ต้องใช้หมวดใดและติดต่อใครก่อน

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ฐานรากเดิมที่ใช้ต่อไม่ได้หลังความเสียหาย (Undamaged foundations)เงื่อนไขพิจารณาฐานรากหรือระบบเดิมที่พิสูจน์ว่าใช้ต่อไม่ได้จากเหตุที่คุ้มครอง

เงื่อนไขฐานรากที่ใช้ต่อไม่ได้คือข้อขยายให้พิจารณาฐานรากหรือระบบเดิมที่พิสูจน์ว่าใช้งานต่อไม่ได้จากเหตุที่คุ้มครอง แม้ไม่เห็นความเสียหายชัด ต้องมีหลักฐานตามข้อขยายก่อนรวมเป็นงานฟื้นฟูอาคาร

คำถามที่ควรถาม: ฐานรากยังอยู่ ทำไมวิศวกรจึงระบุว่าใช้ต่อไม่ได้ และต้องพิสูจน์อะไร

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
สินค้าเสื่อมสภาพจากระบบทำความเย็น (Spoilage of stock)ความเสียหายของสินค้าที่ต้องควบคุมความเย็น เมื่อเกิดเหตุที่ตรงกับข้อตกลงเฉพาะ

สินค้าบูดเสียคือสต็อกที่เสื่อมสภาพจนเสียคุณภาพหรือใช้ขายตามเดิมไม่ได้ เช่น อาหารเสียจากอุณหภูมิผิดปกติ ต้องตรวจเหตุที่คุ้มครองตัวสินค้าแยกจากเครื่องทำความเย็นและเงื่อนไขไฟฟ้าดับ

คำถามที่ควรถาม: ตู้แช่เสียแล้วสินค้าเสียด้วย ต้องมีประกันส่วนใดเพิ่ม

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความบกพร่องในการออกแบบ (Design defect)ข้อผิดพลาดของแบบหรือการออกแบบ ซึ่งต้องแยกค่าปรับแบบออกจากความเสียหายที่ตามมา

ความบกพร่องในการออกแบบเป็นสาเหตุของปัญหาโครงการ ประกันอาจยกเว้นตัวความบกพร่องและให้ผลต่างกันต่อความเสียหายส่วนอื่น จึงต้องอ่านข้อยกเว้นและส่วนขยายที่แนบ

คำถามที่ควรถาม: ค่าแก้แบบ ชิ้นส่วนที่ออกแบบผิด และส่วนอื่นที่เสียหายตามมา ถูกพิจารณาอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การเก็บวัสดุนอกสถานที่ก่อสร้าง (Off-site storage)การพักเก็บวัสดุโครงการในสถานที่อื่นก่อนส่งเข้าไซต์ ซึ่งต้องตรวจส่วนขยายและที่ตั้ง

การเก็บวัสดุนอกสถานที่ก่อสร้างต้องตรวจว่าประกันขยายถึงของที่รอส่ง สถานที่เก็บ และระยะเวลานั้นหรือไม่ รวมถึงวงเงินและเงื่อนไขรักษาความปลอดภัย

คำถามที่ควรถาม: ของที่ซื้อไว้แต่ยังอยู่โกดังนอกไซต์มีส่วนขยายรับไว้ และช่วงขนส่งต่อได้รับประกันอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขความเสียหายหลายรายการจากข้อบกพร่องร่วม (Serial loss clause)เงื่อนไขเฉพาะที่จัดการความเสียหายหลายรายการจากข้อบกพร่องหรือต้นเหตุร่วมกัน

เงื่อนไข Serial Loss อาจกำหนดสัดส่วนชดใช้หรือตัดความคุ้มครองตามลำดับความเสียหายจากต้นเหตุร่วม ต้องอ่านนิยาม วิธีนับ และตารางของข้อที่แนบจริง

คำถามที่ควรถาม: เมื่อเครื่องแบบเดียวกันเสียซ้ำจากข้อบกพร่องเดียวกัน มีวิธีนับและจำกัดสินไหมอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การรับประกันจากผู้ผลิต (Manufacturer's warranty)คำรับรองหรือภาระซ่อมเปลี่ยนของผู้ผลิตหรือผู้ขายตามเงื่อนไขสินค้า ซึ่งแยกจากกรมธรรม์ประกันภัย

การรับประกันจากผู้ผลิตเป็นสิทธิและหน้าที่ตามการขายหรือเงื่อนไขรับประกันสินค้า ไม่ใช่คำว่า warranty ที่ใช้กำหนดหน้าที่ผู้เอาประกันในกรมธรรม์ และอาจเกี่ยวกับข้อยกเว้นความรับผิดของผู้ผลิต

คำถามที่ควรถาม: ของเสียครั้งนี้ผู้ผลิตรับผิดตามเงื่อนไขใด และมีผลต่อการพิจารณาประกันอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำและถังอัดความดัน (Boiler and pressure vessel insurance)ประกันภัยเฉพาะเครื่องและความรับผิดที่เกี่ยวข้องกับการระเบิดหรือยุบแฟบตามขอบเขตที่ตกลง

ประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำและถังอัดความดันเป็นประกันเฉพาะด้าน ต้องตรวจตัวเครื่องที่ระบุ เหตุระเบิดหรือยุบแฟบ ทรัพย์สินอื่น และความรับผิดต่อผู้อื่นแยกกัน

คำถามที่ควรถาม: หม้อน้ำหรือถังที่ใช้อยู่รับเหตุใด และรวมความเสียหายต่อของข้างเคียงกับบุคคลภายนอกอย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
สื่อบันทึกข้อมูลภายนอก (External data media)สื่อข้อมูลที่แยกออกจากตัวเครื่องได้ ซึ่งอาจมีหมวดประกันค่าสื่อและการบันทึกข้อมูลกลับตามเงื่อนไข

สื่อบันทึกข้อมูลภายนอกในประกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องแยกตัวสื่อ ข้อมูลที่เก็บ และค่าบันทึกข้อมูลกลับ การมีเครื่องคอมพิวเตอร์ในรายการไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสามส่วนได้รับประกัน

คำถามที่ควรถาม: ค่าสื่อสำรองและค่าทำข้อมูลกลับมีระบุในหมวดประกันใด และรับสาเหตุแบบไหน?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ชุดเงื่อนไขประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่ง (Institute Cargo Clauses)ชุดเงื่อนไขมาตรฐานสำหรับประกันสินค้าระหว่างขนส่ง ซึ่งแบบ A B และ C รับภัยต่างกัน

Institute Cargo Clauses คือชุดเงื่อนไขที่ใช้กำหนดภัย ข้อยกเว้น และช่วงเวลาประกันสินค้าระหว่างขนส่ง โดยแบบ A ใช้ความคุ้มครองกว้างภายใต้ข้อยกเว้น ส่วนแบบ B และ C ระบุภัยที่รับไว้เป็นรายการ

คำถามที่ควรถาม: กรมธรรม์ใช้ ICC แบบใด ปีใด และมีเอกสารแก้ไขข้อใดจากชุดมาตรฐานบ้าง?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความเสียหายร่วมทางทะเล (General Average)การแบ่งรับภาระจากการเสียสละหรือค่าใช้จ่ายพิเศษเพื่อให้การเดินเรือและทรัพย์สินร่วมพ้นภัย

ความเสียหายร่วมทางทะเลคือภาระที่แบ่งกันจากการเสียสละทรัพย์หรือใช้จ่ายพิเศษอย่างสมเหตุสมผลเพื่อรักษาการเดินเรือและทรัพย์สินที่อยู่ในภัยร่วมกัน โดยต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ตามสัญญาขนส่งและกติกาที่ใช้

คำถามที่ควรถาม: ถ้าเรือประกาศ General Average สินค้าของเราต้องวางหลักประกันหรือร่วมค่าใช้จ่ายอย่างไร และกรมธรรม์รับภาระนี้หรือไม่?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ความเสียหายเฉพาะในประกันทางทะเล (Particular Average)ความเสียหายบางส่วนของทรัพย์ที่เอาประกันจากภัยที่รับไว้ ซึ่งไม่ใช่ความเสียหายร่วมทางทะเล

ความเสียหายเฉพาะในประกันทางทะเลคือความเสียหายบางส่วนของสินค้าหรือทรัพย์ที่เอาประกันจากภัยที่กรมธรรม์รับไว้ โดยไม่ใช่ General Average ที่แบ่งภาระจากการเสียสละหรือค่าใช้จ่ายเพื่อความปลอดภัยร่วม

คำถามที่ควรถาม: ความเสียหายบางส่วนของสินค้าล็อตนี้เกิดจากภัยที่กรมธรรม์รับหรือไม่ และต้องแยกจากค่าใช้จ่ายร่วมของเรืออย่างไร?

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
การข่มขู่เรียกเงินทางไซเบอร์ (Cyber extortion)การขู่ใช้ระบบหรือข้อมูลเป็นเครื่องกดดันให้จ่ายเงินหรือทำตามข้อเรียกร้อง

การข่มขู่ทางไซเบอร์คือการเรียกเงินหรือผลประโยชน์โดยขู่ว่าจะโจมตีระบบ เปิดเผยข้อมูล หรือทำให้เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ ค่าใช้จ่ายผู้เชี่ยวชาญกับเงินที่ผู้กระทำเรียกต้องตรวจแยกกัน

คำถามที่ควรถาม: ถูกขู่ว่าจะปล่อยข้อมูลทั้งที่ระบบยังใช้ได้ ถือเป็น cyber extortion ได้หรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายกู้คืนข้อมูล (Data restoration costs)ค่าใช้จ่ายนำข้อมูลที่เสียหายกลับมาใช้ได้ตามขอบเขตที่ตกลง

ค่าใช้จ่ายกู้คืนข้อมูลคือค่ากู้ สร้างกลับ ป้อน หรือปรับข้อมูลที่เสียหายให้กลับมาใช้ได้ตามสัญญา ไม่ใช่มูลค่าทางการค้าของข้อมูลหรือค่าเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด

คำถามที่ควรถาม: ค่าคืนไฟล์จากข้อมูลสำรองกับค่าอัปเกรดระบบเบิกได้เหมือนกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายแจ้งผู้ได้รับผลกระทบจากข้อมูล (Notification costs)ค่าเตรียมและส่งคำแจ้งเรื่องข้อมูลแก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เข้าเงื่อนไข

ค่าใช้จ่ายแจ้งผู้ได้รับผลกระทบคือค่าจัดเตรียมและส่งคำแจ้งเรื่องข้อมูล เช่น ค่ารวบรวมรายชื่อหรือศูนย์ตอบคำถาม เป็นคนละเรื่องกับการแจ้งเหตุเพื่อเคลมต่อบริษัทประกัน

คำถามที่ควรถาม: ค่าแจ้งลูกค้าหลังข้อมูลหลุด กับการแจ้งบริษัทประกันต้องทำแยกกันหรือไม่

อ่านความหมาย ตัวอย่าง และจุดที่ควรเช็ก

อ่านคู่มือที่เกี่ยวข้อง

คำอธิบายนี้ช่วยให้เริ่มอ่านกรมธรรม์ได้ง่ายขึ้น เมื่อต้องดูว่าคุ้มครองหรือไม่ ให้เช็กถ้อยคำในกรมธรรม์ของคุณ